
“เฟิร์ส พลัส” เปิดขุมทรัพย์ AI มังกร ส่ง FP CHINA AI ลงทุนครบวงจร
"บลจ. เฟิร์ส พลัส" เปิดขายกองทุน "FP CHINA AI" เข้าถึงหุ้นผู้นำ AI จีน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ IPO 2-6 พ.ย. นี้
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เฟิร์ส พลัส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า บริษัทได้เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) กองทุนเปิด เฟิร์ส พลัส ไชเนกซ์ อาร์ติฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์ เอฟไอเอฟ หรือ “FP CHINA AI” ระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย.2569 ลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ครั้งแรกในไทยกับการลงทุนในดัชนี Shenzhen ChiNext Artificial Intelligence Index ผ่านกองทุนหลัก Hwabao ChiNext Artificial Intelligence ETF.
กองทุนเน้นลงทุนในกองทุนหลักชื่อ Hwabao ChiNext Artificial Intelligence ETF (159363.SZ) ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงบริษัทผู้นำด้าน AI ของจีนครบทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ AI Infrastructure เซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึง AI Applications เพื่อรับโอกาสเติบโตจาก AI Megatrend ของจีน
ทั้งนี้ AI ทั่วโลก ทำให้บริษัทจีนจำนวนมากก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI โดยเฉพาะกลุ่มโมดูลสื่อสารด้วยแสง (Optical Module) ซึ่งเป็นหัวใจของการรับส่งข้อมูลระหว่าง GPU ในคลัสเตอร์สำหรับฝึกโมเดล AI ปัจจุบันอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแบบ 800G กลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมแล้ว และคาดว่าโมดูล 1.6T จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปริมาณมาก ในปี 2026 บริษัทจีนอย่าง InnoLight และ Eoptolink เป็นผู้จัดหาระดับ Tier-1 ให้กับแพลตฟอร์มเครือข่าย AI ของ NVIDIA เช่น Spectrum-X และ NVLink และมีรายได้จำนวนมากจากผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ทั่วโลก นอกจากนี้ เทคโนโลยี CPO (Co-Packaged Optics) ที่ผสานอุปกรณ์ สื่อสารด้วยแสงเข้ากับชิปสวิตช์โดยตรง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน ยังเป็นอีกแรงขับเคลื่อน
โดยมี T&S Communications และ Changxin Bochuang เป็นบริษัทสำคัญที่สนับสนุนเทคโนโลยีนี้ ขณะที่ NVIDIA และ Corning ได้ประกาศความร่วมมือระยะยาวเพื่อขยายกำลัง การผลิตใยแก้วนำแสงและอุปกรณ์เชื่อมต่อมากถึง 10 เท่า สะท้อนความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว
ทั้งนี้ กองทุนหลัก Hwabao ChiNext Artificial Intelligence ETF จัดตั้งเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 บริหารโดย Hwabao Fund Management Co., Ltd. มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี Shenzhen ChiNext Artificial Intelligence Index ซึ่งคัดเลือกบริษัท AI ชั้นนำ 50 แห่งจากกระดาน ChiNext ของตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น กระดาน ChiNext ได้รับการเปรียบเทียบว่าเป็น “NASDAQ ของจีน” มีบริษัทจดทะเบียนกว่า 1,400 แห่ง เน้นกลุ่มเทคโนโลยี ชีวเวชภัณฑ์ และพลังงานสะอาด ที่มีอัตราการเติบโตสูงและลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง ดัชนีทบทวนรายชื่อหุ้นทุก 6 เดือน (มิถุนายนและธันวาคม)
โดยจำกัดน้ำหนักหุ้นกลุ่ม Tech Core (Hardware, Software, Data Services) ไม่เกิน 15% ต่อตัว หุ้นกลุ่มอื่นไม่เกิน 3% ต่อตัว และ 5 หุ้นใหญ่รวมกันไม่เกิน 60%
เพื่อกระจายความเสี่ยง
สัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลักตาม AI Infrastructure Value Chain: โมดูลสื่อสารด้วยแสงและโครงข่ายเชื่อมต่อ 42% บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ในหลากหลายอุตสาหกรรม 25% ศูนย์ข้อมูล (IDC) และโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล 10% ซอฟต์แวร์และการประยุกต์ใช้ AI 10% ชิป AI และเซมิคอนดักเตอร์ 8% แพลตฟอร์ม AI และบริการด้านไอที 5%

