LH Fund ขยายกองอสังหาฯ LHPROP-I เพื่อเพิ่มทางเลือกในช่วงตลาดผันผวน


นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Fund) เปิดเผยว่า กองทุนเปิด แอล เอช พร็อพเพอร์ตี้ พลัส I (LHPROP-I) ของ LH Fund ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนทั้งในและต่างประเทศ ได้ขออนุมัติต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขยายทุนจดทะเบียนกองทุนจากเดิม 2,000 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาท นับเป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเพียง 3-4 เดือน เพื่อเป็นทางเลือกให้นักลงทุนรับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในภาวะตลาดหุ้นผันผวน

ทั้งนี้ กองทุน LHPROP-I  นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในด้านการสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุน โดยนับจากจัดตั้งกองทุนเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมาจนถึง 26 กุมภาพันธ์ 2559 สามารถสร้างอัตราผลตอบแทน 35.04% ต่อปี สูงกว่าเกือบเท่าตัวจากค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมซึ่งผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 19.58% ต่อปี  

“หากได้รับผลตอบรับที่ดีจากนักลงทุนภายหลังขยายทุนจดทะเบียนในครั้งนี้ ในอนาคต LH Fund อาจพิจารณาการลงทุนที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่มีความต้องการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหุ้นเพิ่มเติมจากที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน”นายมนรัฐ กล่าว

โดย LH Fund นับว่ามีความเชี่ยวชาญการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยปัจจุบันมีกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนที่ลงทุนในหน่วยลงทุนอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการรวมทั้งสิ้น ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 ประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 26,700 ล้านบาท และกองทุนที่ลงทุนในหน่วยลงทุนอสังหาริมทรัพย์อีกประมาณ 3,300 ล้านบาท ซึ่งสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม นอกจากการขอขยายทุนจดทะเบียนกองทุน LHPROP-I ในรอบกว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ยังได้ขยายทุนจดทะเบียนกองทุนเปิด แอล เอช ไทย พร็อพเพอร์ตี้ (LHTPROP) แล้ว 2 ครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ไว้วางใจให้เป็นผู้ดูแลบริหารกองทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดี

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นของไทยเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากเงินทุนจากต่างประเทศเริ่มไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นฝั่งเอเชียรวมถึงประเทศไทย เนื่องจากปัจจัยการคาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันดิบผ่านจุดต่ำสุดและเริ่มปรับตัวดีขึ้น การคลายความกังวลกรณีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายรอบใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนทั่วโลก ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.05% เหลือ 0% ทำให้เกิดความผันผวนของตลาดทุนทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกของไทยที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นปัจจัยฉุดรั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทยและมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นในปีนี้ ดังนั้น LH Fund มองว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน การลงทุนผ่านกองทุนรวมโดยเฉพาะการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน นับเป็นทางเลือกที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนและมีความผันผวนต่ำกว่าการลงทุนในหุ้น

Back to top button