บลจ.กสิกรไทย ขนกองทุนเด่นลุย Money Expo ชูผลิตภัณฑ์กองทุนหลากสไตล์-โปรโมชั่นจัดเต็ม

บลจ.กสิกรไทย ขนกองทุนเด่นลุย Money Expo 2016 ชูผลิตภัณฑ์กองทุนหลากสไตล์ พ่วงโปรโมชั่นจัดเต็ม


นางสาวเอื้อพันธ์ เพ็ชราภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย หรือ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทจะร่วมออกบูธส่งเสริมการขายร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ในงานมหกรรมการเงิน ครั้งที่ 16 (Money Expo 2016) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 12-15 พฤษภาคม 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี โดยมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์กองทุนรวมที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ลงทุน พร้อมทั้งจัดเตรียมบริการให้คำแนะนำด้านการลงทุนอย่างมืออาชีพ ร่วมด้วยโปรโมชั่นภายในงาน โดยผู้ลงทุนที่ซื้อกองทุนรวมตามเงื่อนไขของบลจ.กสิกรไทย จะได้รับหน่วยลงทุน K-MONEY สูงสุดถึง 4,000 บาทต่อท่าน

“บลจ.กสิกรไทย ได้จัดเตรียมผลิตภัณฑ์กองทุนรวมที่มีความหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการลงทุนอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านประเภทสินทรัพย์ที่มีให้เลือกทั้งหุ้น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ และในด้านการกระจายลงทุนในหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก นอกจากนี้ในแง่ของการกระจายความเสี่ยง เรายังมีกองทุนให้เลือกหลากหลายระดับความเสี่ยงด้วย อาทิ กองทุนในกลุ่มกองทุนเปิดเค แพลน (K-PLAN) ซึ่งมีนโยบายกระจายลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ในสัดส่วนที่แตกต่างกัน เพื่อให้สอดคล้องตามระดับความเสี่ยงและความต้องการของผู้ลงทุน ดังนั้นบริษัทจึงได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์กองทุนในแต่ละประเภทมานำเสนอพร้อมจัดโปรโมชั่นให้กับลูกค้าที่ซื้อหน่วยลงทุนในงาน” นางสาวเอื้อพันธ์กล่าว

สำหรับกองทุนในกลุ่มกองทุนเปิดเค แพลน (K-PLAN) ซึ่งลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วยกองทุน K-PLAN 1 ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ โดยไม่มีการลงทุนในหุ้นเลย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ, กองทุน K-PLAN 2 เป็นกองทุนผสมที่เน้นลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30% ที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง ส่วนผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้เพิ่มขึ้น ก็สามารถเลือกลงทุนกับกองทุน K-PLAN 3 ซึ่งเป็นกองทุนผสมที่มีสัดส่วนลงทุนในหุ้นได้ถึง 55% ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้

ส่วนผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ค่อนข้างสูง บลจ.กสิกรไทยยังขอแนะนำกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นไทย อาทิ กองทุนเปิดเค Mid Small Cap หุ้นทุน (K-MIDSMALL) ซึ่งมีจุดเด่นที่การเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี, กองทุนเปิดเค สตาร์หุ้นทุนคืนกำไร (K-STAR) ซึ่งเน้นลงทุนระยะสั้นถึงปานกลางในหุ้นพื้นฐานดีโดยมีการขายคืนอัตโนมัติเมื่อมีกำไรถึงจุดที่กำหนด และกองทุนเปิดเค สตราทีจิค เทรดดิ้ง หุ้นทุน (K-STEQ) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี

โดยกองทุนจะเน้นการซื้อขายทำกำไรตามจังหวะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย มีมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นว่าจะยังคงมีความผันผวนจากแรงกดดันของภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แต่มุมมองในระยะยาวยังมีโอกาสเติบโตได้ดี ดังนั้นผู้ที่ต้องการลงทุนในระยะยาวสามารถทยอยเข้าสะสมในหุ้นไทย และอาจอาศัยจังหวะที่ดัชนีปรับตัวย่อลงเข้าลงทุนเพิ่มเติมเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนจากการปรับตัวขึ้นในระยะข้างหน้าได้ โดยบลจ.กสิกรไทยยังคงมองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปลายปี 2559 ที่ระดับ 1,450 ด้วยอัตราส่วน Forward P/E ที่ประมาณ 15.5 เท่า ซึ่งปัจจัยสนับสนุนหลักที่จะต้องติดตามคือการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐบาล และนโยบายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐฯ ที่คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

นอกจากนี้ผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงการลงทุนไปยังต่างประเทศ บริษัทยังเสนอทางเลือกเพิ่มเติมกับกองทุนรวมต่างประเทศที่แนะนำ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค ยูโรเปียน หุ้นทุน (K-EUROPE) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นยุโรป โดยนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 56 กองทุนให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 27.12% เอาชนะเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 24.15% (ข้อมูล ณ 29 เม.ย. 59) และกองทุนมีการจ่ายปันผลแล้ว 7 ครั้ง รวมทั้งสิ้นในอัตรา 1.500 บาทต่อหน่วย และกองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น (K-GA) ซึ่งมีนโยบายกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลกทั้งตราสารหนี้และหุ้น จึงช่วยลดความผันผวนจากการลงทุนและเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ระดับปานกลาง และกองทุนมีการจ่ายปันผลแล้ว 10 ครั้ง รวมทั้งสิ้นในอัตรา 4.300 บาทต่อหน่วย

สำหรับผู้ลงทุนที่มียอดเงินลงทุนในกองทุนกลุ่มที่ 1 ซึ่งประกอบด้วยกองทุน K-PLAN1, K-PLAN2, K-PLAN3 หรือกองทุนกลุ่มที่ 2 ซึ่งประกอบด้วยกองทุน K-MIDSMALL, K-STAR, K-STEQ, K-EUROPE และ K-GA เมื่อคำนวณยอดเงินลงทุนแยกตามกลุ่มกองทุนครบทุกๆ 50,000 บาท จะได้รับหน่วยลงทุน K-MONEY เป็นจำนวน 100 บาท (สูงสุด 2,000 บาทต่อท่าน) ทั้งนี้ ผู้ลงทุนภายในงานมีสิทธิ์รับหน่วยลงทุน K-MONEY สูงสุด 4,000 บาทต่อท่าน

โดยผู้ที่ขอสมัครใช้บริการกองทุนรวม ได้แก่ บริการ K-Cyber Invest (บริการลงทุนในกองทุนรวมทางอินเทอร์เน็ตกสิกรไทย), บริการ K-Mutual Fund E News & Reports (บริการข้อมูลกองทุนรวมกสิกรไทยทางอิเล็กทรอนิกส์) หรือสมัครบริการ SMS Alert ภายในงานดังกล่าว จะได้รับแท็กกระเป๋าสุดพิเศษจากบลจ.กสิกรไทย ฟรีทันที จำนวน 1 ชิ้น(ต่อ 1 บริการที่สมัคร) นอกจากนี้สำหรับผู้ที่เปิดบัญชีกองทุนใหม่ภายในงาน และต้องลงทุนขั้นต่ำ 350,000 บาท เฉพาะกองทุนที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ กองทุน K-MONEY, K-MPLUS, K-SFPLUS และกองทุนประเภท Fixed Term Fund ที่เปิดเสนอขายในงาน จะได้รับกระเป๋า Shopping จากธนาคารกสิกรไทย ฟรีทันที จำนวน 1 ใบมูลค่า 650 บาท ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่บลจ.กสิกรไทยกำหนด

Back to top button