
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 294 จุด ทำนิวไฮ รับเจรจาตะวันออกกลางคืบหน้า-งบบจ.แกร่ง
ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 294.04 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่ รับแรงหนุนความคืบหน้าเจรจายุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าในการเจรจายุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่ง ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,579.70 จุด เพิ่มขึ้น 294.04 จุด หรือ 0.58% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,473.47 จุด เพิ่มขึ้น 27.75 จุด หรือ 0.37% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,343.97 จุด เพิ่มขึ้น 50.87 จุด หรือ 0.19%
ขณะที่ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 8 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 โดยหุ้น 9 จาก 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในดัชนี S&P500 ปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยกลุ่มเฮลท์แคร์ สาธารณูปโภค อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี ส่วนกลุ่มการสื่อสารและสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นปรับตัวลดลง
สำหรับหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนตลาด โดยดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดฟิลาเดลเฟียปิดบวก หลังได้รับแรงหนุนจากหุ้น Qualcomm ที่ปรับตัวขึ้นแรง 12% ขณะที่หุ้น Nvidia อ่อนตัวลง 1.90%
ด้านนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ มีความคืบหน้าบางส่วนในการเจรจาทำข้อตกลงกับอิหร่าน แม้ยังจำเป็นต้องมีการหารือเพิ่มเติม ขณะที่ฝั่งอิหร่านระบุว่ายังคงมีความเห็นแตกต่างกันอย่างมากระหว่างสองฝ่าย ทำให้ประเด็นตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่ตลาดต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ในสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นโดดเด่น หลัง Lenovo Group ของจีนรายงานรายได้เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาด 27% ส่งผลให้หุ้น Dell Technologies พุ่งขึ้น 17% ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่หุ้น HP Inc ปรับตัวขึ้น 15% สะท้อนแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและฮาร์ดแวร์
ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวปรับตัวลดลงจากระดับสูงก่อนหน้า โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ลดลง 0.026% มาอยู่ที่ 4.558% ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดหุ้น หลังแรงกดดันจากตลาดพันธบัตรเริ่มผ่อนคลาย
ขณะเดียวกัน นายเควิน วอร์ช ได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางช่วงเวลาสำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังเปราะบาง (Reuters)
ในรายหุ้นสำคัญ หุ้น Estee Lauder พุ่งขึ้น 12% หลังบริษัทเครื่องสำอางรายดังกล่าวและ Puig จากสเปน ยุติการเจรจาดีลควบรวมกิจการ ขณะที่หุ้น Workday ปรับตัวขึ้น 5% หลังบริษัทซอฟต์แวร์ด้านทรัพยากรบุคคลรายงานรายได้และกำไรไตรมาสแรกสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์
