“ปชป.” แถลงจุดยืนพรรค ขับเคลื่อน LGBTQs ต่อ! เปิดโอกาสทุกเพศ-ภูมิภาคเท่าเทียมกัน

“พรรคประชาธิปัตย์” ตั้ง “ชมพูนุท” นั่งประธานขับเคลื่อนนโยบาย LGBTQs หนุนความเสมอภาค - สร้างความเท่าเทียม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียมระหว่างเพศ (LGBTQs) พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายแทนคุณ จิตต์อิสระ เป็นประธาน พร้อมด้วย นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคและคณะกรรมการ LGBTQs นางสาวชมพูนุท นาครทรรพ เลขาคณะกรรมการ LGBTQs และประธานคณะทำงานด้าน LGBTQs ของ รมว.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกันแถลงข่าวแสดงจุดยืนของพรรคเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศในเดือน Pride month

โดย นางดรุณวรรณ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้แนวคิด Democrat For All นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคมีจุดยืนที่ชัดเจนในการเปิดพื้นที่ให้คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ เข้ามาร่วมงานกับพรรค และที่ผ่านมาก็มีกลุ่ม LGBTQs หลายคนได้มีโอกาสมาร่วมขับเคลื่อนพรรคตามความถนัดและศักยภาพ ไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่เกี่ยวกับ LGBTQs โดยตรง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าพรรคสนับสนุนเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่คำพูดหรือนโยบายสวยหรู

ด้านนายปริญญ์ กล่าวว่า การสร้างสังคมเท่าเทียมที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจทันสมัย เป็นหัวใจหลักที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามขับเคลื่อนมาโดยตลอด ซึ่ง LGBTQs เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่พรรคให้ความสำคัญและผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เพราะคนกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว แต่กลับไม่ได้รับการดูแลในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่เท่าเทียมกับคนกลุ่มอื่น ทางทีมเศรษฐกิจทันสมัย ปชป. จึงได้ทำงานร่วมกับคณะทำงานด้าน LGBTQs ของพรรค ในการให้โอกาสและความเท่าเทียมให้กับกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย โดยมีภารกิจที่สำคัญ

อาทิ เร่งผลักดันให้ธุรกิจกลางคืนและ LGBTQs ได้รับการเยียวยาอย่างตรงจุดเนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการป้องกันการระบาดโควิด-19 เป็นอย่างมาก แต่มาตรการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมาล้วนเป็นการเยียวยาแบบกว้าง ๆ ทำให้ภาคธุรกิจกลางคืนและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQs ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ

ดังนั้นเมื่อพรก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาทผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ทีมเศรษฐกิจทันสมัยและคณะทำงานด้าน LGBTQs จึงอยากให้มีการเยียวยากลุ่มอย่างตรงจุดและเป็นธรรมมากขึ้น จึงเข้าช่วยเหลือด้วยการนำตัวแทนผู้ประกอบการที่เดือดร้อนเข้าพบพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาสมช.และผอ.ศบค. เพื่อยื่นคำร้องถึงภาครัฐ กรณีได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการรักษาความปลอดภัยของภาครัฐมาตลอด 2 ปี แต่ยังไม่ได้รับการเยียวยา

รวมถึงการสร้างความเท่าเทียมในการทำงานถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจในระบบทุนนิยมเดินไปข้างหน้าได้ ทั้งในเรื่องโอกาสการสมัครงาน การแข่งขัน ที่ต้องไม่มีการกีดกันด้วยเหตุแห่งเพศ และส่งเสริมพื้นที่ทำงานให้ LGBTQs บนพื้นฐานของความเท่าเทียม การพัฒนาเศรษฐกิจไทยระยะยาวต้องดึงเอาศักยภาพของกลุ่มนี้ออกมาใช้อย่างเต็มที่เพราะหลายมิติของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคตต้องใช้ความคิดนอกกรอบและพลังบวกในการกล้าประยุกต์ใช้นวัตกรรมใหม่ อีกทั้งกลุ่ม LGBTQ จากต่างประเทศมีกําลังซื้อสูงซึ่งเมื่อเราเริ่มเปิดประเทศในอนาคต เราควรมียุทธศาสตร์ที่จะดึงดูดเขามาเที่ยว ลงทุน และทํางานที่ประเทศไทย

ขณะที่นายแทนคุณ เปิดเผยว่า จากการขับเคลื่อนงานด้าน LGBTQs ของพรรคนำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคได้ทำมาตลอดระยะเวลา 2 ปี ได้มีบทบาทในนำพรรคประชาธิปัตย์ทำข้อตกลงร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับกลุ่ม LGBTQs ขณะนี้การขับเคลื่อนงานมีความเข้มข้นมากขึ้น และจำเป็นต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่องจึงได้ให้ น.ส.ชมพูนุท นาครทรรพ เป็นประธานคณะทำงานประสานงานและขับเคลื่อนนโยบายด้านความหลากหลายทางเพศ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน พ.ร.บ.คู่ชีวิต และ พ.ร.บ.อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรับเรื่องราวร้องทุกข์สำหรับ LGBTQs ในประเด็นต่าง ๆ

พร้อมกันนี้ได้มีข้อเสนอต่อภาครัฐ ให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนทั้งทางร่างกาย และการฉีดวัคซีนให้เศรษฐกิจกลางคืนด้วย รวมถึงส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงยา และการรักษาพยาบาลให้กับกลุ่มผู้ติดเชื้อ HIV และการให้องค์ความรู้ในการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อ HIV ที่สำคัญคือไม่ต้องการให้มีการเลือกปฏิบัติในการรับบริจาคเลือดจากกลุ่ม LGBTQs ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้นายแทนคุณ ระบุอีกด้วยว่า พรรคเตรียมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค ซึ่งเป็น LGBTQs ในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย ซึ่งจะเป็นบทบาทสำคัญของพรรคที่เปิดพื้นที่ให้กับกลุ่ม LGBTQs อย่างแท้จริง

ด้าน น.ส.ชมพูนุท ได้กล่าวขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ให้ความสำคัญกับ Pride Month และให้ความสำคัญของ LGBTQs ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายจุรินท์หัวหน้าพรรค ที่มองเห็นความสำคัญและใส่ใจเรื่อง LGBTQs มาตลอด ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนเป็น 1 ในคณะทำงานร่างนโยบายภายใต้กฎหมาย 3 ฉบับ ประกอบด้วย

หนึ่งในคณะร่างนโยบาย พรบ 3 ฉบับ ประกอบด้วย

พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 ซึ่งถึงเวลานี้ได้ผ่านมา 6 ปีแล้ว จะได้มีการทบทวนเรื่องความเหมาะสมให้ทันสมัย และมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นเพื่อทบทวน พ.ร.บ.ฉบับนี้แล้ว

สำหรับความคืบหน้าของ พ.ร.บ.คู่ชีวิต (ฉบับอัมพวาโมเดล) ในเวลานี้ประธานวิปรัฐบาลได้ส่งเรื่องไปให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณาต่อ หลังจากที่มีการจัดทำโฟกัสกรุ๊ปเรียบร้อยแล้ว ก็คาดว่าไม่เกินสิ้นปีนี้จะสามารถส่งเรื่องให้ ครม. ได้พิจารณาบรรจุเข้าสภาได้

ส่วน พ.ร.บ.เพศสภาพ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถือเป็นกฎหมายอีกฉบับที่มีความเข้มข้นมาก เนื่องจากเป็นเรื่องการใช้คำนำหน้านามที่ตรงกับเพศสภาพ ไม่ใช่เพศกำเนิด ขณะนี้ทางกระทรวง พม. นำโดยนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว. พม. นั้น กำลังใกล้ที่จะได้บทสรุปที่ชัดเจน และเสนอให้กรมสตรีและครอบครัว เพื่อดูในรายละเอียดในแง่กฎหมายอีกครั้ง ก่อนที่จะส่งเข้า ครม. ยื่นเสนอต่อสภา

น.ส.ชมพูนุท กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า เนื่องจากตนเป็น 1 ใน LGBTQs และเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาด้วย ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เปิดโอกาส พร้อมกับให้การยอมรับ อีกทั้งมีนโยบายรองรับกลุ่ม LGBTQs เป็นอย่างดีอีกด้วย

Back to top button