TPLAS ย้ำเป้ารายได้ปี 64 โตเกิน 10% ลุยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่อง

TPLAS มองแนวโน้มไตรมาส 2/64 เติบโตดี รับดีมานด์ยังเพิ่มขึ้น ย้ำเป้ารายได้ปี 64 โตเกิน 10% พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่อง เน้นใช้กลยุทธ์เพิ่มความคล่องตัวนการดำเนินงาน โดยจะพัฒนาระบบรับคำสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มาใช้ และบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ


นายอภิรัตน์ ธีระรุจินนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS นำเสนอข้อมูลภาพรวมธุรกิจบริษัทและสรุปผลประกอบการไตรมาส 1/2564 สิ้นสุด 31 มี.ค.2564 รวมทั้งแผนธุรกิจในปี 2564 ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 22 มิ.ย.2564 ว่า บริษัทเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงพลาสติกบรรจุอาหาร และถุงพลาสติกหูหิ้ว ภายใต้ตราสินค้า “หมากรุก”  ฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร ภายใต้ตราสินค้า “Vow wrap” และกล่องกระดาษบรรจุอาหาร

โดยกลุ่มลุกค้าหลักของบริษัทฯ ประกอบด้วย 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่ม TRADITIONAL TRADE (TT) อาทิ ตลาดสด แผงขายสินค้า ร้านค้า ห้องแถว ร้านค้าริมทาง เป็นต้น มีสัดส่วนการขายประมาณ 92% และ 2. กลุ่ม MODERN TRADE (MT) อาทิ โรงงานอุตสาหกรรม ร้านอหาร Chain Restaurant ซุปเปอร์มาร์เก็ต ท้องถิ่น เป็นต้น มีสัดส่วนการขายประมาณ 8% ทั้งนี้ปัจจุบันบรัทฯ มีฐานลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 7,000 ราย และมีจุดจำหน่ายครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมองว่าจุดเด่นจากการกระจายจุดขายครอบคลุมทุกพื้นที่จะช่วยผลักดันการเติบโตได้ดี เนื่องจากการขายไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงที่เดียว

สำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.36% จากไตรมาส 1/2563 ที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 6.10 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 128.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.59% จากไตรมาส 1/2563 ที่มีรายได้รวมเท่ากับ 110.31 ล้านบาท

ขณะที่ภาพรวมการดำเนินธุรกิจช่วงไตรมาส 2/2564 คาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตได้ เนื่องจากความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์อาหาร และถุงพลาสติก ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง และได้รับผลบวกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่ ยังคงนิยมซื้อกลับ และสั่งอาหาร ผ่านระบบเดลิเวอรี่ ทำให้มีความจำเป็นที่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์อาหารในรูปแบบต่างมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เพิ่มกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและติดตั้งเครื่องจักรเพิ่ม ประกอบด้วยเครื่องจักร “FoodBox” ใหม่ 6 เครื่อง ทำให้กำลังการผลิตจาก 12 ล้านชิ้นต่อปีเป็น 31 ล้านชิ้นต่อปี และลงทุนในเครื่อง “FoodBowl” ใหม่ 1 เครื่อง มีกำลังการผลิต 10 ล้านชิ้นต่อปี และเครื่องบรรจุถุงหูหิ้วอัตโนมัติใหม่ 2 เครื่อง รวมทั้งมีแผนการวิจัยและพัฒนาเครื่องต้นแบบสำหรับถุง PP&HDPE โดยมั่นใจว่าจะช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น และกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจได้”  นายอภิรัตน์ กล่าว

ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ จะเน้นกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยมีการพัฒนาระบบรับคำสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มาใช้ และ ดำเนินกลยุทธ์ในการควบคุมประสิทธิภาพบริหารต้นทุน เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร และในปี 2564 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตรายได้อยู่ที่ 10% ซึ่งจะมีสัดส่วนรายได้จากบรรจุภัณฑ์ประเภทถุงอยู่ที่ 82% ฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร 10% และบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษ 8% โดยประเมินว่า ความต้องการใช้ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยังเติบโตได้ดีในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทฯ จะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ ทั้งบรรจุภัณฑ์กระดาษประเภท จาน ถ้วย และถาด เพื่อเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ในเบื้องต้นจะเน้นเพิ่มสัดส่วนสินค้าประเภทบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษบรรจุอาหาร เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ จะสนับสนุนให้มีอัตรากำไรขั้นต้นในระดับที่ดีขึ้นอย่างมั่นคง

Back to top button