นักรบชุดขาว “สลัดเสื้อกาวน์” นัดแต่งดำบุกสภา จี้รัฐเร่งจัดหา mRNA เป็นวัคซีนหลักคุมโควิด

บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ยื่นหนังสือต่อสภา เรียกร้องรัฐนำวัคซีน mRNA เป็นวัคซีนหลัก คุมโควิดกลายพันธุ์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 7 กรกฎาคม 2564 ที่อาคารรัฐสภา กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า นำโดย นายแพทย์สันติ กิจวัฒนาไพบูลย์ ตัวแทนกลุ่มภาคีบุคลากรสาธารณสุข และกลุ่มหมอไม่ทน พร้อมคณะ เดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายชวน  หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข  นำเข้าวัคซีน mRNA ให้เร็วที่สุดและนำมาใช้เป็นวัคซีนหลัก โดยต้องเปิดเผยขั้นตอนการดำเนินการให้ประชาชนทราบ

พร้อมนำวัคซีน mRNA มาเป็นวัคซีนฉีดกระตุ้นเข็ม 3 ให้แก่บุคลากรการแพทย์ด่านหน้า พร้อมกับได้รวบรวมรายชื่อ จำนวน 215,409 รายชื่อ จากทางภาคประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรวมถึงองค์การเภสัชกรรมพิจารณาตามข้อเสนอด้วย โดยมีนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขาธิการประธานสภาผู้แทนราษฏร เป็นผู้รับมอบหนังสือ

ขณะเดียวกัน นายแพทย์สันติ ยังได้มอบหนังสือและข้อเรียกร้องดังกล่าว ให้กับตัวแทนพรรคการเมือง อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้รับมอบ

ทั้งนี้  การเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ดังกล่าวเกิดขึ้น หลังมีเหตุการณ์เอกสารการประชุมเฉพาะกิจร่วมระหว่างคณะกรรมการด้านวิชาการตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค คณะทํางานวิชาการด้านบริหารจัดการและศึกษาการให้บริการวัคซีน ซึ่งเป็นการประชุมเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ในมติไม่ได้มีการพูดถึงการฉีดวัคซีน Pfizer เพื่อเป็นการกระตุ้นเข็ม 3 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเป็นด่านหน้า แม้จะได้รับวัคซีนครบแล้ว แต่ยังมีการติดเชื้อโควิด-19 อยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ประชาชนส่วนมาก ยังไม่ได้รับวัคซีนเเม้แต่เข็มแรก

จึงนำมาสู่การเชิญชวนให้บุคลากรทางการแพทย์ ร่วมสวมเสื้อดำ หรือติดโบว์ดำ ในวันพุธที่ 7 กรกฏาคม 2564  เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต ผู้ที่ติดเชื้อ COVID19  และผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด และยื่นข้อเรียกร้องต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ ผอ. ศบค. ดังนี้

  1. นำเข้าวัคซีน mRNA ให้ได้เร็วที่สุด เเละนำมาใช้เป็นวัคซีนหลักในการป้องกันการระบาด โดยจะต้องเปิดเผยขั้นตอนการดำเนินการให้ประชาชนได้รับทราบ
  2. นำวัคซีน mRNA เป็นวัคซีนฉีดกระตุ้นเข็ม 3 แก่บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ต้องการฉีดทุกท่าน
  3. เปิดเผยสัญญาการสั่งซื้อวัคซีน AstraZeneca และ Sinovac รวมถึงวัคซีนอื่นๆ ที่ทางรัฐบาลไทยจะทำสัญญาในอนาคต เพื่อทำให้เกิดความโปร่งใส และพิสูจน์ให้ประชาชนได้ทราบว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหาการระบาดอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตน
  4. เปิดเผยบันทึกการประชุมในการประชุมเรื่องวัคซีนและการบริหารจัดการการระบาด COVID-19 เป็นข้อมูลข่าวสารสาธารณะทั้งหมด
  5. COVID-19 สามารถแพร่กระจายผ่านอากาศ การสวม N95 จึงไม่เพียงพอต่อการป้องกันการติดเชื้อ รัฐจำเป็นต้องจัดหา FFP3 หรือ N99 เพื่อป้องกันการติดเชื้อในบุคลากรทางการแพทย์

พร้อมกับมีการรวบรวมรายชื่อ จากเว็บไซต์ change.org เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข องค์การเภสัชกรรมและรัฐบาล หยุดการเตะถ่วงวัคซีนทางเลือก

Back to top button