ศบศ. ต่อยอดแซนด์บ็อก “พังงา-กระบี่” ส.ค.นี้ จี้จัดส่งวัคซีนส่วนขาด 6.3 หมื่นโดส

ศบศ. ต่อยอดแซนด์บ็อก "พังงา-กระบี่" พร้อมจี้ส่งวัคซีนให้ “พังงา” ครบเป้า 6.3 หมื่นโดสก่อนเปิด "อันดามัน แซนด์บ็อกซ์" 1 ส.ค.นี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) มีมติเห็นชอบมาตรการให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าร่วม Phuket Sandbox เดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับพื้นที่นำร่องอื่น (7+7) โดยนักท่องเที่ยวพำนักภายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นเวลา 7 วัน และสามารถเดินทางท่องเที่ยวและต้องพำนักในพื้นที่อื่นๆ อีกเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า) จังหวัดกระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง และไร่เลย์) และจังหวัดพังงา (เขาหลัก เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่) มีกำหนดเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ส.ค.64 

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก ศบศ. เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ศบศ.สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานภาคเอกชนและภาคประชาชนเพื่อสร้างความเข้าใจของคนในพื้นที่ร่วมกัน และพิจารณาจัดเตรียมแผนการดำเนินการบนระเบียบหลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกับการดำเนินการของ Phuket Sandbox เพื่อมุ่งเน้นความปลอดภัยและการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ 

โดยได้มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำรายละเอียดแผนการเชื่อมโยงให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางระหว่างจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่นำร่องอื่นเพื่อนำเสนอให้ที่ประชุม ศบค. พิจารณาต่อไป และให้พิจารณาจัดทำแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มีศักยภาพนำเสนอให้ที่ประชุม ศบศ. และ ศบค. พิจารณาต่อไปด้วย โดยกำชับให้ความสำคัญกับการดำเนินการอย่างเคร่งครัดในการร่วมมือกันเพื่อควบคุมการระบาดให้ดี        

สำหรับโครงการ Phuket Sandbox มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 – 21 ก.ค.64 รวม 9,358 คน ส่วนยอดการจองห้องพักตามมาตรฐาน SHA+ สะสมในช่วงเดือน ก.ค. – ก.ย.64 อยู่ที่ 244,703 คืน คิดเป็นอัตราการเข้าพัก 10.12% สร้างรายรับการท่องเที่ยวแล้ว 534.31 ล้านบาท                           

ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย ตามข้อเสนอของทีมปฏิบัติการเชิงรุกทาบทามทั้งบริษัทเอกชนไทยและต่างประเทศ โดยการปรับข้อจำกัดต่างๆและอำนวยความสะดวก เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว ประกอบด้วย 1) กลุ่มประชากรโลกที่มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy global citizen) (2) ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ (Wealthy pensioner) (3) กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย (Work-from-Thailand professional) และ (4)กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (High-skilled professional) อย่างไรก็ดี ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาข้อเสนอในรายละเอียดต่อไป

ทั้งนี้จากที่จะมีการต่อยอดแซนด์บ๊อกซ์จากภูเก็ตมาเปิดพังงาและกระบี่นั้น ทำให้ทาง ศบศ. ได้มีการกำชับเรื่องการส่งมอบวัคซีนให้พังงาครบตามเป้าหมายก่อนเปิด “อันดามัน แซนด์บ็อกซ์” 1 ส.ค. นี้ 

โดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ได้มีการหารือถึงโครงการ Phuket Sandbox ซึ่งเป็นข่าวดีที่ขณะนี้ จ.ภูเก็ต ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้ครบตามเป้าหมายแล้ว ในขณะเดียวกัน จ.กระบี่ ก็ฉีดวัคซีนได้ครบตามเป้าหมายในพื้นที่ที่จะเปิดการท่องเที่ยวได้แล้วเช่นกัน คือ เกาะพีพี เกาะไหง และอ่าวไร่เลย์ ส่วน จ.พังงา ยังขาดวัคซีนอยู่อีก 63,000 โดส จึงจะสามารถเปิดพื้นที่การท่องเที่ยวบางส่วนได้ โดยจะเริ่มที่เขาหลัก เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่

วันนี้จึงกำชับให้มีการเร่งส่งวัคซีนให้จังหวัดพังงาให้ครบตามเป้าหมาย เพื่อจะได้เปิดพื้นที่การท่องเที่ยวอันดามัน แซนด์บ็อกซ์ 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต กระบี่ พังงาได้ ในวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ตามกำหนดเวลาเดิม ซึ่งเหลือเวลาฉีดวัคซีนให้กับ จ.พังงา อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ โดยนายกฯรับที่จะกำชับให้อีกทางหนึ่ง ส่วนเป้าหมายที่จะเปิดพื้นที่การท่องเที่ยวจังหวัดพังงาต่อไป คือ อ่าวพังงา โดยได้มอบให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยรับไปพิจารณาต่อไป” นายจุรินทร์ กล่าว

อย่างไรก็ดีในการประชุม ศบศ.วันนี้ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จับมือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ เตรียมจัดงาน Phuket Jewelry Fair ในช่วงเดือนก.ย.นี้ โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ Phuket Sandbox เพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาซื้ออัญมณีและเครื่องประดับ รวมทั้งดึงผู้นำเข้าจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาดูงาน ซึ่งการจัดงานนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการส่งออกและการท่องเที่ยวในเวลาเดียวกัน

Back to top button