STARK ตั้งเป้ารายได้ปี 65 ทะยาน 3 หมื่นลบ. รุกสยายปีกธุรกิจ EV

STARK สยายปีกสู่ธุรกิจ EV ชูกลยุทธ์สายไฟสำหรับ EV - เน้นสินค้า High Margin ตั้งเป้ารายได้ปี 65 ทะยานแตะ 3 หมื่นลบ. ดันผลงานออลไทม์ไฮต่อเนื่อง ฟาก “เครดิต สวิส” เชียร์ “ซื้อ” อัพราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 6.8 บาท


นายประกรณ์ เมฆจำเริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 27,500 – 30,000 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีแผนการขยายฐานรายได้เข้าสู่ธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง และจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงชุดสายไฟตามเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน

โดยต้องมีสายไฟเป็นตัวเชื่อมระหว่าง EV และอื่นๆ อาทิ Charging station ในสถานีบริการน้ำมัน, Charging box ในบ้าน, อาคาร, สำนักงาน หรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อรองรับขนาดกำลังไฟฟ้า และปริมาณการใช้ไฟที่มากขึ้น

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มีแผนการเพิ่มกำลังการผลิตสายไฟสินค้าทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม เพื่อรองรับปริมาณความต้องการใช้ EV ที่เพิ่มขึ้นและเตรียมขยายตลาดสายไฟ High Voltage เพื่อมุ่งเน้นสินค้า High-Margin และขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสายไฟสำหรับกลุ่ม B2C (Business to Customer) ในประเทศเวียดนามร่วมด้วย

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายตลาดส่งออกเพิ่มเป็น 50 ประเทศทั่วโลก จากเดิมที่ส่งออกอยู่ 42 ประเทศ เนื่องจากมี Partner ที่เป็นระดับ Global company ที่ได้รับงานในประเทศต่างๆ นั้น จึงส่งผลทำให้สามารถส่งสินค้าไปหลากหลายประเทศได้เพิ่มขึ้นด้วย

นายประกรณ์ กล่าวอีกว่า บริษัทวางแผนการผลิต และจำหน่ายสินค้าใหม่ในกลุ่ม High-Margin อาทิเช่น สายไฟ Submarine Cable หรือ เคเบิลใต้น้ำ, สายไฟ HVDC Cable หรือ ระบบสายส่งกระแสตรงแรงดันสูงใช้สำหรับในการส่งกำลังไฟฟ้าด้วยไฟฟ้ากระแสตรงทำให้สามารถเชื่อมระบบไฟฟ้ากระแสสลับต่างระบบที่มีความถี่ต่างกันได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องทำการซิงโครไนซ์ และ Transmission line หรือสายส่งหรือสายนำสัญญาณ เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีสินค้าชนิดอื่นที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาสินค้าเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจำหน่ายต่อไป เช่น เทปพันสายไฟสำหรับ สายไฟ High Voltage และ PD Conduit อีกด้วย

บริษัทฯ เดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจ EV เนื่องจากเล็งเห็นว่าเทรนด์ดังกล่าวกำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วโลก และเชื่อมั่นว่าในอนาคตพลังงานสะอาดจะเป็นสิ่งตอบโจทย์ทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือนได้อย่างดี ประกอบกับในปี 2565 จะมุ่งเน้นในสินค้า High-Margin เช่น High – Extra, High Voltage และ Transmission line ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นมาก ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าแห่งชาติของเวียดนาม ฉบับที่ 8 (PDP8) ของประเทศไทยและเวียดนาม

ขณะที่ปัจจุบันมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) มากกว่า 10,000 ล้านบาท เป็นงานทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อเนื่อง และจากปัจจัยทั้งหมดที่ได้กล่าวมาเชื่อมั่นว่าจะสนับสนุนผลงานเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และสามารถทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ต่อเนื่อง” นายประกรณ์ กล่าว

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เครดิต สวิส (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK แนะนำ OUTPERFORM โดยระบุว่าเป็นหุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาด คงคำแนะนำ “ซื้อ” และเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 6.80 บาทต่อหุ้น จากเดิม 6.5 บาทต่อหุ้น ภายหลังที่  STARK ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2564 เป็นที่น่าประทับใจ จึงได้เพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้นในปี 2564-2566 อยู่ที่ 29%, 12% และ 7% ตามลำดับ

โดยบทวิเคราะห์ระบุว่า STARK มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ในโครงที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวียดนาม และการให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น มีโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่ง หลังจากรายรับในไตรมาส 3/64 เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าของไตรมาส 2/64 และเพิ่มขึ้น 3 เท่าของไตรมาส 1/64 และส่วนแบ่งการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง (high-margin) ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น ส่วนผลการดำเนินงานในประเทศไทยในไตรมาส 3/64 ก็มีรายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 81% เมื่อเทียบจากไตรมาส 2/64

Back to top button