
ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ JKN ชี้บริหารงานผิดพลาด–ขาดธรรมาภิบาล
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ คดีล้มละลาย พิพากษากลับ ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ JKN ชี้ฐานะการเงินไม่เข้าเกณฑ์ เติบโตจากการก่อหนี้ พร้อมระบุพฤติการณ์นำเงินไปชำระหนี้กรรมการก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ไม่มีช่องทางฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 ธ.ค.68) เวลา 10.00 น. ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีล้มละลาย อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 2894-2895/2568 กรณีนอร์ธ เฮเวน ไทย ไพรเวท เอควิตี้ เจ็มมิไน คอมพานี (ฮ่องกง) ลิมิเต็ด คัดค้านที่ 13 และในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 1512 อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลล้มละลายกลางที่ให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ลูกหนี้ และคำสั่งตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผน
โดยก่อนอ่านคำพิพากษา ผู้คัดค้านที่ 13 และในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 1512 ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษไม่อนุญาตให้ถอนอุทธรณ์ ยกคำร้อง
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ พิจารณาแล้วได้ความว่า ลูกหนี้เป็นบริษัทมหาชนจำกัด ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับลิขสิทธิ์คอนเทนต์ การโฆษณา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และธุรกิจการบริหารจัดการลิขสิทธิ์องค์กรนางงามจักรวาล (Miss Universe Organization) โดยมีเงินทุนหลักจากการออกหุ้นกู้จำนวนมากต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559–2566 รวม 17 ครั้ง ซึ่งในระยะแรกลูกหนี้ชำระหนี้หุ้นกู้คืนได้ครบทุกครั้ง จนถึงหุ้นกู้ครั้งที่ 7
ต่อมา ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ตั้งแต่ครั้งที่ 8 (JKN239A) เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 1 กันยายน 2566 ทำให้หุ้นกู้ชุดที่ 12 ถึง 17 ต้องถึงกำหนดชำระโดยพลันตามข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ รวมยอดหนี้ที่ถึงกำหนดชำระในทันที 3,212,150,000 บาท ลูกหนี้ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน จนตกเป็นบุคคลผู้ไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนด ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/3 และมาตรา 90/4 (2) ที่จะยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการได้
อย่างไรก็ดี งบแสดงฐานะการเงินของลูกหนี้แสดงให้เห็นว่า กิจการของลูกหนี้เติบโตจากการก่อหนี้สินด้วยการออกหุ้นกู้หมุนเวียนเพื่อขยายธุรกิจ มิได้เติบโตจากความสามารถในการทำกำไร ส่วนที่ลูกหนี้อ้างว่าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ของบริษัทสตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK จนทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น มีผลต่อการจำหน่ายหุ้นกู้ของลูกหนี้นั้น เหตุการณ์ผิดชำระหนี้หุ้นกู้ของบริษัทดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง และไม่เกี่ยวข้องกับการผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้แต่อย่างใด
ส่วนที่ลูกหนี้อ้างว่า ขายธุรกิจองค์กรนางงามจักรวาลเพื่อจะแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินในการทำธุรกรรมดังกล่าว ลูกหนี้ได้รับชำระเงินแล้วเพียง 3,700,000 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือเงินที่ยังไม่ได้ชำระอีก 10,800,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งลูกหนี้ยังนำเงินเพิ่มทุนไปชำระหนี้กู้ยืม 300,000,000 บาท ให้แก่กรรมการผู้มีอำนาจบริหารลูกหนี้เสียเองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น แสดงถึงการขาดธรรมาภิบาลของลูกหนี้ ปัญหาการประกอบธุรกิจของลูกหนี้ จึงเกิดจากการบริหารงานอันเป็นปัจจัยภายในของลูกหนี้เองและลูกหนี้ไม่ได้แสดงให้เห็นว่า มีช่องทางที่จะสามารถนำเงินมาชำระหนี้หรือบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าหนี้หุ้นกู้ได้มากน้อยเพียงใด กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรและไม่มีช่องทางฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ ตามมาตรา 90/3 สำหรับอุทธรณ์ในชั้นให้ความเห็นชอบตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผนซึ่งเป็นขั้นตอนเกี่ยวเนื่องในการฟื้นฟูกิจการนั้น
เมื่อวินิจฉัยแล้วว่า ไม่มีเหตุอันสมควรและไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ตามกฎหมาย จึงไม่มีประโยชน์ที่จะต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ส่วนนี้อีกต่อไป จึงพิพากษากลับ ให้ยกคำร้องฟื้นฟูกิจการ และให้จำหน่ายคดีในส่วนอุทธรณ์คำสั่งตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผนออกจากสารบบความ
การยกคำร้องฟื้นฟูกิจการนี้ จะส่งผลให้ JKN หมดความคุ้มครองจากสภาวะพักการชำระหนี้ (Automatic Stay) ทันที เจ้าหนี้ต่าง ๆ สามารถดำเนินการฟ้องร้องบังคับคดีได้ตามกฎหมายปกติ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อสภาพคล่องและการดำเนินธุรกิจของ JKN ต่อไป

