ดาวโจนส์! ดิ่งกว่า 300 จุด ก่อนปิดฉากหุ้นตกหนักเดือนเม.ย.-กังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย

ดาวโจนส์! ดิ่งกว่า 300 จุด ก่อนปิดฉากหุ้นตกหนักเดือนเม.ย.-กังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดย ณ เวลา 22.05 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ อยู่ที่ 33,442.00 จุด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(29เม.ย.65) ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งกว่า 300 จุด ในการซื้อขายวันสุดท้ายของเดือนเม.ย.65 ซึ่งเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีททรุดตัวลงอย่างหนัก โดย ณ เวลา 22.05 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 33,442.00 จุด ลบ 389.00 จุด หรือ 1.15% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดิ่งลง 1.91%

ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้นกว่า 600 จุด วานนี้ ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งช่วยบดบังปัจจัยลบจากรายงานที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 1.4% ในไตรมาส 1/65 สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเศรษฐกิจขยายตัว 1.1%

โดยบริษัทจดทะเบียนราวครึ่งหนึ่งในดัชนี S&P 500 ได้รายงานผลประกอบการในไตรมาสแรกแล้ว โดย 80% ในจำนวนดังกล่าวมีกำไรสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวย่ำแย่ในเดือนเม.ย. โดยได้รับผลกระทบจากความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น, การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), การทำสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 2.2% นับตั้งแต่ต้นเดือนนี้ ขณะที่ดัชนี S&P 500 ดิ่งลง 5.4% ส่วนดัชนี Nasdaq ทรุดตัวลงมากกว่า 10% และมีแนวโน้มทำสถิติเป็นเดือนที่ปรับตัวย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2563 ซึ่งขณะนั้นสหรัฐเริ่มเผชิญการแพร่ระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 3-4 พ.ค. ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวว่า เขาสนับสนุนให้เฟดดำเนินการเร็วขึ้นเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ และระบุว่ามีโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนพ.ค. ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% นับตั้งแต่ปี 2543

นอกจากนี้ ตลาดยังกังวลว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงขึ้นหลังเดือนพ.ค. โดยอาจปรับขึ้น 0.75% เพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน พุ่งขึ้น 6.6% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2525

เมื่อเทียบรายเดือน ส่วนดัชนี PCE ทั่วไป ดีดตัวขึ้น 0.9% ในเดือนมี.ค. จากระดับ 0.5% ในเดือนก.พ.

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.3% หลังจากเพิ่มขึ้น 5.3% ในเดือนก.พ.

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมี.ค. สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จากกระทรวงแรงงานสหรัฐ

Back to top button