หวั่นพรุ่งนี้ SET ไหลต่อ! นลท.แพนิก “แบงก์ชาติ” ทั่วโลกแห่ขึ้นดบ. จับตาแนวรับ 1,550 จุด

หวั่นพรุ่งนี้! SET ไหลต่อ! นลท.แพนิก “แบงก์ชาติ” ทั่วโลกแห่ขึ้นดบ.ตามเฟด จับตามีโอกาสปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,560-1,550 จุด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 มิ.ย. 2565) ดัชนี SET Index ทรุดหนักปิดที่ระดับ 1,561.10 จุด ลบไป 32.44 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.77 หมื่นล้านบาท หลังจากนักลงทุนเกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและกังวลว่าหลายประเทศทั่วโลกจะเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยตาม ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.75% สู่ระดับ 1.50-1.75% ในการประชุมวันที่ในวันที่ 14-15 มิ.ย. 2565 ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 28 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2537

นอกจากนี้ ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะแตะระดับ 3.4% ในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1.75% ภายในปีนี้ และคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.8% ในสิ้นปี 2566

อีกทั้ง แถลงการณ์ของเฟดยังระบุว่า เฟดจะทำการปรับลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening : QT) ในวงเงิน 4.75 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน หลังจากที่ได้เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. และนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. เฟดจะเพิ่มวงเงินในการลดขนาดงบดุลเป็น 2 เท่า สู่ระดับ 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน

ทั้งนี้ทำให้เห็นภาพชัดว่านักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นตั้งแต่ตลาดเปิดทำการซื้อขายช่วงภาคบ่าย ซึ่งสอดคล้องไปในทิศทางตลาดหุ้นยุโรปที่เปิดตลาดปรับตัวลง หลังมีการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สร้างความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญกับเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 เปิดวันนี้ที่ระดับ 412.59 จุด ลดลง 0.51 จุด หรือ -0.12% แม้ฟิวเจอร์หุ้นยุโรปฟื้นตัวหลังตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกเมื่อคืนวานนี้

ส่วนดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดวันนี้ที่ 13,440.43 จุด ลดลง 44.86 จุด หรือ -0.33% และดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 6,003.66 จุด ลดลง 26.47 จุด หรือ -0.44% และดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลงหนัก โดย ณ เวลา 16:24 น. ตามไทย  ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 574 จุด หรือ 1.87% สู่ระดับ 30,092 จุด

พร้อมกับบรรดานักลงทุนจะจับตาการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในวันพฤหัสบดีนี้ด้วย ซึ่งคาดว่า BoE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% และจะยังคงปรับขึ้นดอกเบี้ยอัตราเดิมในการประชุมครั้งต่อๆ ไป แม้เงินเฟ้อของอังกฤษพุ่งขึ้นใกล้ระดับเลข 2 หลักก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีประเด็น ว่าบริษัท Gazprom ของรัสเซียจะลดการจ่ายก๊าซธรรมชาติผ่าน ท่อส่งก๊าซฯ Nord Stream 1 ไปยังเยอรมัน โดยจะลดลง 60% ใน 1 วันหลังจากประกาศว่าจะลดการจ่ายก๊าซฯ 40% ทำให้การส่งก๊าซฯผ่าน Nord Stream 1 จะเหลือเพียง 67 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้เป็นต้นไป

โดยการลดการจ่ายก๊าซฯนี่เกิดขึ้นขึ้นหลังจาก Gazprom อ้างว่าได้ส่งกังหันใน compressor ในท่อส่งไปซ่อมกับบริษัท Siemens ANG ที่ แคนาดา แต่ Siemens ไม่สามารถส่งกังหันที่ซ่อมแล้วกลับมาได้เนื่องจากแคนาดาได้ประกาศ คว่ำาบาตรรัสเซีย นอกจากนี้บริษัท Eni ของอิตาลีได้เปิดเผยว่าบริษัทรัสเซียแจ้งว่าจะลดการจ่ายก๊าซฯ 15% (ที่มา: Bloomberg)

อย่างไรก็ดีจากตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงจากความกังวลที่หลายๆประเทศเริ่มมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่ประเทศไทยเองก็เริ่มมีทิศทางที่อาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยตาม ส่งผลให้มีความกังวลต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ในขณะเดียวกันดัชนีหลุดแนวรับสำคัญที่ 1,580 จุด ส่งผลให้ภาพรวมทางเทคนิคเสียไป

ด้านนางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ประเมินแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (17 มิ.ย. 2565) มีโอกาสที่จะปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,560 จุด และ 1,550 จุด โดยยังคงต้องติมตามเงินทุนต่างชาติว่าจะมีทิศทางไหลออกหรือไม่ โดยหากเงินทุนต่างชาติไหลออกก็จะมีผลกระทบเข้ามาเพิ่มขึ้น เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามา พร้อมให้แนวต้านที่ 1,580 จุด

ล่าสุดธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 6-3 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 13 ปีเพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ

โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินของ BoE จำนวน 6 คนเห็นชอบต่อมติดังกล่าว ขณะที่อีก 3 คนลงมติให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 1.50% ซึ่ง BoE ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกันนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2564 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ เงินเฟ้อในอังกฤษพุ่งแตะ 9% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี หลังจากที่ราคาอาหารและพลังงานต่างพุ่งขึ้นจากการที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ขณะที่ BoE คาดว่าเงินเฟ้อจะพุ่งสูงกว่า 10% ในปีนี้

Back to top button