
G7 จ่อยกระดับคว่ำบาตรรัสเซีย เล็งคุมภาคน้ำมัน-ก๊าซ หลังเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ผู้นำ G7 เห็นพ้องเตรียมเพิ่มความเข้มงวดมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยครอบคลุมภาคน้ำมันและก๊าซ หลังเปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมย้ำจุดยืนอินโด-แปซิฟิกเสรี และสนับสนุนการเจรจายุติความขัดแย้งยูเครน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 ได้ร่วมกันแถลงในวันนี้ (17 มิถุนายน) ถึงการเตรียมยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยครอบคลุมถึงภาคส่วนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
แถลงการณ์ร่วมของผู้นำกลุ่ม G7 ซึ่งเข้าร่วมการประชุมสุดยอดประจำปี ณ เมืองเอวีย็อง ประเทศฝรั่งเศส ระบุว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินมาตรการเพิ่มเติม หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์สามารถบรรลุข้อตกลงที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
รายงานจากสำนักข่าวเกียวโดระบุว่า ในประเด็นสถานการณ์ตะวันออกกลาง ผู้นำกลุ่ม G7 เห็นพ้องว่าภูมิภาคดังกล่าวกำลังเผชิญโอกาสและพัฒนาการเชิงบวกที่สำคัญในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ผู้นำ G7 ยังย้ำถึงความสำคัญของการรักษาภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้างบนพื้นฐานของหลักนิติธรรม พร้อมแสดงจุดยืนคัดค้านความพยายามฝ่ายเดียวในการเปลี่ยนแปลงสถานะที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะการใช้กำลังหรือการข่มขู่ในทะเลจีนตะวันออก ทะเลจีนใต้ และช่องแคบไต้หวัน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาอย่างสันติ
ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ มีความพร้อมที่จะนำมาตรการจำกัดการขนส่งน้ำมันของรัสเซียกลับมาบังคับใช้อีกครั้ง หลังจากการเปิดช่องแคบฮอร์มุซช่วยเอื้ออำนวยต่อการขนส่งน้ำมันในตลาดโลกมากขึ้น พร้อมกล่าวว่าสหรัฐฯ อยู่ในสถานะที่สามารถดำเนินมาตรการดังกล่าวได้ในเร็ว ๆ นี้ และอ้างถึงข้อตกลงสันติภาพที่บรรลุร่วมกับอิหร่านเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมีนาคม กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกข้อยกเว้นชั่วคราวเป็นเวลา 30 วัน อนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซียที่บรรทุกอยู่บนเรือและตกค้างกลางทะเลได้ โดยมาตรการดังกล่าวได้รับการขยายเวลาในเวลาต่อมา เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและปัญหาการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมัน
ระหว่างการประชุมสุดยอด G7 ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้หารือร่วมกับประธานาธิบดีทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ แห่งเยอรมนี เกี่ยวกับแนวทางยุติความขัดแย้งและความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ
ภายหลังการหารือ เซเลนสกีกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า การเจรจาระหว่างยูเครนและรัสเซียครั้งต่อไป โดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง ควรเกิดขึ้นก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวนี้ พร้อมระบุว่าสถานที่และรูปแบบของการเจรจาจะถูกกำหนดโดยประธานาธิบดีทรัมป์

