FPT โกยรายได้ทะลัก 4.37 พันลบ. ดันกำไร Q3 โต 47% เฉียด 700 ล้าน

FPT โกยรายได้อสังหาฯทะลัก 4.37 พันลบ. ดันกำไรไตรมาส 3/65 โต 47% เฉียด 700 ล้านบาท จากปีก่อน 463 ล้านบาท ฟาก 9 เดือนแรก กำไรทะลุ 1.74 พันลบ. โต 22% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.43 พันลบ. พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง ไตรมาส 4/65 เตรียมเปิดอาคาร Mixed-use แห่งใหม่ใจกลางเมืองถนนสีลม


บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2565 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565

สำหรับผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากรายได้รวมไตรมาส 3/65 อยู่ที่จำนวน 4,373.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.8 หรือ 529.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยบันทึกกำไรสำหรับงวดจำนวน 680.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.0 หรือ 220.8 ล้านบาท

โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 208.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 อันเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนสินค้าบ้านเดี่ยวในทำเลศักยภาพพร้อมนวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงบนที่มีกำลังซื้อสูง บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการคุณภาพเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทุกเซกเมนต์รวมถึงโครงการบ้านต่างจังหวัดเพื่อกระจายความเสี่ยงรายได้และสร้างเสถียรภาพในอนาคต

รายได้จากการให้เช่าและบริการที่เกี่ยวข้องปรับตัวเพิ่มขึ้น 51.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5 โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ค่าเช่าธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ใน ขณะที่ความต้องการเช่าพื้นที่ระยะสั้นมีการปรับตัวลงเล็กน้อย อย่างไรก็ดีการย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศจีนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ความต้องการโรงงานและคลังสินค้าของบริษัทฯยังคงอยู่ในระดับดี โดยในไตรมาสที่ผ่านมามีอัตราการเช่ารวมสูงถึงร้อยละ 84

นอกจากนี้ในเดือนมิถุนายนบริษัทฯ ได้ทำการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมในบริษัท PT SLP Surya Ticon Internusa (“SLP”) และบริษัท PT Surya Internusa Timur(“SIT”) เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจของบริษัทฯ ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งส่งผลให้2 บริษัทที่กล่าวมาข้างต้นมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ และมีการรับรู้รายได้ในงบกำไรขาดทุนในเดือนสุดท้ายของไตรมาสนี้

ส่วนรายได้จากธุรกิจอาคารสำนักงานมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในไตรมาสนี้ไม่มีการพิจารณามาตรการให้ส่วนลดค่าเช่าในช่วง COVID-19 แล้ว

นอกจากนี้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2565 บริษัทฯ มีแผนการเปิดอาคารสีลมเอจ ซึ่งเป็นอาคาร Mixed-use แห่งใหม่ใจกลางเมือง หัวมุมถนนสีลม-พระราม 4 ซึ่งจะมาทดแทนรายได้จากการให้เช่าที่ลดลงจากอาคารโกลเด้นแลนด์บิวดิ้งที่จะหมดสัญญาในไตรมาส 4 เช่นเดียวกัน ในภาพรวมบริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาอัตราการเช่าอาคารส านักงานภายใต้การบริหารของกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล ได้ในระดับสูงกว่าร้อยละ 90

ด้านรายได้จากธุรกิจโรงแรม เพิ่มขึ้น 40.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 91.6 จากการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศของประเทศต่างๆ ประกอบกับในเดือนพฤษภาคมรัฐบาลได้ประกาศเริ่มต้นเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบด้วยการยกเลิก Test& Goส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศไทยกลับมาคึกคัก โดยนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวได้ดีขึ้นตามลำดับ

ส่วนรายได้ค่าบริหารจัดการลดลง 14.0 ล้านบาท หรือลดลง ร้อยละ 7.6 เนื่องจากการปรับตัวลดลงของค่าบริการตามสัญญาบริการระหว่างกลุ่มบริษัทและทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลเด้นเวนเจอร์

Back to top button