ก.ล.ต.เคาะเกณฑ์ บจ.ขาย IPO ย้ำห้ามข้องเกี่ยวธุรกิจผิดกม.

ก.ล.ต. ออกประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้เสนอขาย IPO เน้นย้ำต้องไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย มีผลตั้งแต่ 1 ก.พ.66


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชน (IPO) เกี่ยวกับการกำหนดคุณสมบัติของบริษัทให้ชัดเจนเรื่องการไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้หลักเกณฑ์เป็นไปตามเจตนารมณ์ และบริษัทสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนในการประชุมครั้งที่ 13/2564 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 มีมติเห็นชอบในหลักการให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ IPO ในส่วนที่เกี่ยวกับคุณสมบัติของบริษัทในเรื่องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่โดยบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ โดย ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวจากผู้ที่เกี่ยวข้องเมื่อเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2565 แล้วนั้น

ดังนั้น ก.ล.ต. จึงออกประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้เสนอขายหุ้น IPO ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดคุณสมบัติของบริษัทในเรื่องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1.ปรับปรุงถ้อยคำเกี่ยวกับการกำหนดคุณสมบัติของบริษัทที่ขออนุญาตเสนอขายหุ้น IPO ในเรื่องการไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายให้ชัดเจน โดยไม่รวมถึงความผิดในเรื่องที่ไม่มีนัยสำคัญ หรือความผิดที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจหลักของบริษัท

ทั้งนี้ การประกอบธุรกิจของบริษัทผู้ขออนุญาตต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรง เช่น การค้ามนุษย์ การผลิตหรือจำหน่ายยาเสพติด หรือการฟอกเงิน เป็นต้น และต้องไม่มีการดำเนินงานที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งอาจเป็นเหตุให้ธุรกิจของบริษัทได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงและมีนัยสำคัญ

2.ให้อำนาจ ก.ล.ต. ในการกำหนดแนวทาง (guideline) ในรายละเอียดเกี่ยวกับการพิจารณากรณีที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรง หรือมีผลกระทบอย่างร้ายแรงและมีนัยสำคัญได้

นอกจากนี้ การปรับปรุงเกณฑ์ดังกล่าว จะบังคับใช้กับทั้งบริษัทไทยและบริษัทต่างประเทศที่เสนอขายแบบ primary listing และ secondary listing** โดยหลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงจะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป

Back to top button