STARK ไร้ทิศทางแจ้งความ “อดีตผู้บริหาร” ให้เบาะแส 2 สัปดาห์ ยังไม่ยื่นหลักฐาน

STARK ยังไร้ทิศทางแจ้งความ “อดีตผู้บริหาร” ให้เบาะแสเป็นเวลา 2 สัปดาห์ยังไม่ยื่น "หลักฐาน" ด้าน ปอศ. ยังรอข้อมูลเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนจากทีมผู้บริหารของ STARK ที่อยู่ระหว่างการรวบรวม ก่อนจะนัดเข้ามาพบอีกครั้ง เพื่อส่งหลักฐานทั้งหมด และเริ่มขั้นตอนการตรวจสอบเชิงลึก


ผู้สื่อข่าวรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวในกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (บก.ปอศ.) ยืนยันว่า บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ได้ส่งทีมกฎหมายเข้ามาให้เบาะแสกับตำรวจ ปอศ.ว่าอาจมีผู้บริหารชุดเก่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับทุจริตฉ้อโกงเงินบริษัท ตามที่ STARK ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

สอดคล้องกับข้อมูลที่ พ.ต.อ. ธีรภาพ ยั่งยืน ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (บก.ปอศ.) ได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า ผู้บริหารชุดใหม่ของ STARK ได้เข้ามาพบกับตำรวจ ปอศ. แล้ว เพื่อให้ข้อมูลเบาะแสว่าอาจมีผู้บริหารชุดเก่าบางคนฉ้อโกงเงินของบริษัทไป

โดยขณะนี้ ตำรวจ ปอศ. ยังรอข้อมูลเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนจากทีมผู้บริหารของ STARK ที่อยู่ระหว่างการรวบรวม โดยขึ้นอยู่กับความพร้อมของ STARK ก่อนจะนัดเข้ามาพบอีกครั้ง เพื่อส่งหลักฐานทั้งหมด และเริ่มขั้นตอนการตรวจสอบเชิงลึก ซึ่งหากพบมูลความผิดก็จะมีการดำเนินคดีกล่าวโทษตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

อย่างก็ตาม แหล่งข่าวคนเดิมยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จนถึงขณะนี้ STARK ยังไม่ได้มีการส่งข้อมูลใดๆมาให้กับตำรวจ ปอศ. เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งล่วงเลยมาเป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้วหลังจากได้มีการแจ้งเบาะแสกับตำรวจ ปอศ.

เป็นที่น่าสังเกตว่า การเข้าให้ข้อมูลเบาะแสของ STARK ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI และ ตำรวจ ปอศ. กลายเป็นหนึ่งเงื่อนไขที่ใช้กล่าวอ้างกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ยังไม่สามารถเปิดข้อมูลใดๆในการดำเนินการของ STARK โดยให้เหตุผลว่าจะกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนอาจเป็นเหตุทาให้ไม่สามารถนาตัวผู้กระทาความผิดมาดำเนินคดีได้ แต่จนถึงขณะนี้ STARK ก็ยังไม่มีนำหลักฐานเข้ามาให้ตำรวจ ปอศ.ดำเนินการเพิ่มเติม รวมถึงการร้องทุกข์กล่าวโทษกับบุคคลที่เข้าข่ายต้องสงสัย แม้ผู้สอบบัญชีได้ตรวจพบพฤติการณ์อันควรสงสัยในประเด็นการดำเนินงาน และการปฏิบัติหน้าที่ของอดีตกรรมการผู้จัดการ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นสามัญ และผู้ถือหุ้นกู้ของ STARK ได้จัดตั้งกลุ่มไลน์ “ชมรมทวงเงินลงทุน STARK คืน” ซึ่งมีสมาชิกประมาณเกือบ 500 คน  เพื่อรวบรวมข้อมูล และพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมเข้าแจ้งความกับ DSI ตำรวจ ปอศ. และ ป.ป.ง.ต่อไป

อนึ่ง เนื่องจากขณะนี้กระบวนการทางกฎหมายอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และกองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตารวจสอบสวนกลาง บริษัทจึงยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงหรือเปิดเผยรายละเอียด ตลอดจนพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามที่ สานักงาน ก.ล.ต. ได้ขอให้บริษัทให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้ ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ตลอดจน

โดยพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตารวจสอบสวนกลาง ยังดาเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่นั้นย่อมทาให้เกิด ความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนอาจเป็นเหตุทาให้ไม่สามารถนาตัวผู้กระทาความผิดมาดาเนินคดีได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจะแจ้งความคืบหน้าและข้อมูลเท่าที่เปิดเผยได้ (ตามความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) ให้แก่สานักงาน ก.ล.ต. และผู้ที่เกี่ยวข้องทราบเป็นระยะในภายหลังต่อไป

Back to top button