KTAM ปันผล-จ่ายลดทุนกองทุนรวม 19 มิ.ย.นี้

KTAM ประกาศจ่ายปันผลและจ่ายลดทุนกองทุนรวมอสังหาฯ-โครงสร้างพื้นฐานไตรมาส 1/66 พร้อมกัน 19 มิ.ย.นี้


นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ประกาศจ่ายปันผลกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จำนวน 5 กองทุน และจ่ายเงินลดทุนจำนวน 2 กองทุน โดยกำหนดจ่ายให้นักลงทุนพร้อมกันในวันที่ 19 มิถุนายน 2566 นี้ ประกอบด้วย

สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 1 ม.ค.2566 – 31 มี.ค.2566 และจ่ายจากกำไรสะสม  ได้แก่ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซี.พี.ทาวน์เวอร์โกรท (CPTGF) ลงทุนในสิทธิการเช่าในที่ดิน และอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า รวมถึงส่วนควบที่ดิน อาคาร และงานระบบที่จำเป็น ระยะเวลา 30 ปีนับแต่วันที่จดทะเบียนการเช่า ใน 3 ทำเล ได้แก่ อาคาร ซี.พี ทาวเวอร์ 1 (สีลม) อาคารซีพีทาวเวอร์ 2 (ฟอร์จูน ทาวน์) และอาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 3 (พญาไท) กำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 37 ในอัตรา 0.1185 บาทต่อหน่วย พร้อมทั้งจ่ายเงินลดเงินทุนจดทะเบียน ครั้งที่ 13 ในอัตรา 0.0569 บาทต่อหน่วย

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGATIF) ลงทุนในสิทธิในรายได้ค่าความพร้อมจ่ายในอนาคตของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 670 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 20 ปี โดยกำหนดจ่ายเงินปันผล ครั้งที่ 29 ในอัตรา 0.1250 บาทต่อหน่วย พร้อมทั้งจ่ายเงินลดเงินทุนจดทะเบียน ครั้งที่ 9 ในอัตรา 0.0900 บาทต่อหน่วย

กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตลาดไท (TTLPF) เป็นการลงทุนในสิทธิการเช่าสิ่งปลูกสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (บางส่วน) ในโครงการตลาดไท มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 170,033.54 ตารางเมตร โดยการจดทะเบียนสิทธิการเช่าเป็นระยะเวลา 20 ปี กำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 50 ในอัตรา 0.4193 บาทต่อหน่วย และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลครบุรี (KBSPIF) ลงทุนในสิทธิในผลประโยชน์จากการประกอบกิจการไฟฟ้าของบริษัทผลิตไฟฟ้าครบุรี จำกัด ในอัตราร้อยละ 62 ของรายได้ค่าไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ระยะเวลาประมาณ 20 ปีอกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 11 ในอัตรา 0.2280 บาทต่อหน่วย

สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 1 ม.ค.2566 – 31 มี.ค.2566 ได้แก่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) ที่ลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐาน อันได้แก่ สิทธิที่จะได้รับรายได้ร้อยละ 45 ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากเส้นทางในปัจจุบันของโครงการทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย 2 โครงการ ได้แก่ ทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษบูรพาวิถี โดยกำหนดจ่ายปันผลเป็นครั้งที่ 18 ในอัตรา 0.1032 บาทต่อหน่วย

คำเตือน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Back to top button