กิจการร่วมค้า PRIME ชนะประมูลแปรรูปขยะเป็นเชิ้อเพลิง

กิจการร่วมค้าของกลุ่มบริษัท PRIME ชนะการประมูลเข้าลงทุนโครงการแปรรูปขยะชุมชนเป็นเชื้อเพลิง เทศบาลเมืองพัทลุง สัญญา 25 ปี งบลงทุนราว 100 ล้านบาท


นายสมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ นายพิรุณ ชินวัตร ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME เปิดเผยว่า กิจการร่วมค้า ไพร์ม เวสท์ เมเนจเมนท์ ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าของกลุ่มบริษัท PRIME ร่วมกับบริษัทพันธมิตร ได้เข้าร่วมประมูลโครงการแปรรูปขยะชุมชนเป็นเชื้อเพลิง เทศบาลเมืองพัทลุง

โดยการประกวดราคาและได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะการประมูล หลังจากนี้จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการระบบกำจัดมูลฝอย ณ ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองพัทลุง ด้วยการบริหารขยะมูลฝอยด้วยเทคโนโลยีแบบผสมผลาน โดยวิธีการคัดแยกขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิง (RDF) การคัดแยกรีไซเคิล การคัดแยกขยะอินทรีย์ เพื่อนำไปหมักเป็นสารบำรุงดิน และฝังกลบเท่าที่จำเป็น โดยการใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางที่เหมาะสม บริหารจัดการขยะเก่าที่ตกค้างในบ่อฝังกลบให้หมดไป (Landfill Waste Management) จัดการขยะใหม่ที่ถูกขนย้ายมายังบ่อขยะในแต่ละวันให้หมดไป (Zero Waste Management และการจัดการขยะอันตราย เพื่อให้สามารถบริหารจัดการขยะมูลฝอยได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับปริมาณขยะเข้าระบบประมาณ 150 – 300 ตันต่อวัน

นายสมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ เปิดเผยว่าทาง PRIME มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ชนะการประมูลในครั้งนี้ เนื่องจากทาง PRIME เป็นบริษัทชั้นนำในการทำธุรกิจด้านพลังงานทดแทนซึ่งเป็นพลังงานสะอาด และมีผลงานในการพัฒนาและดำเนินงานโรงไฟฟ้าที่ได้รับการยอมรับระดับสากล การได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาสำหรับการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย โดยสนับสนุนให้มีการแปลงขยะมูลฝอยชุมชมและขยะบ่อฝังกลบเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน (RDF) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน และส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก

นายพิรุณ ชินวัตร กล่าวเสริมว่า โครงการนี้มีระยะเวลา 25 ปี ใช้งบลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท รูปแบบการลงทุนเป็น Build-Operate-Transfer (BOT) ซึ่ง PRIME ถือว่าการชนะการประมูลในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นของ PRIME ในการดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะต่อไป

ปัญหาการจัดการของเสียเป็นปัญหาระดับโลกที่ซับซ้อน โดยเฉพาะการจัดการกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากของเสียที่ตกค้าง แม้จะมีความพยายามที่จะรีไซเคิลและลดขยะที่ต้นทาง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังลงเอยด้วยการฝังกลบ การดำเนินการนี้ไม่เพียงต้องการพื้นที่จำนวนมาก แต่ยังทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมด้วย

หนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาเชิงกลยุทธ์ คือ โรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะ โดยนำของเสียมาแปรสภาพเป็นพลังงานในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใช้งานได้ ซึ่งมีข้อได้เปรียบสองประการ ประการแรก ลดความจำเป็นในการใช้พื้นที่ฝังกลบขยะขนาดใหญ่ลงอย่างมาก และประการที่สอง สร้างพลังงานที่ยั่งยืนซึ่งสามารถให้พลังงานไฟฟ้าแก่อุตสาหกรรมต่างๆ และแนวทางใหม่ในการจัดการของเสียนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของ PRIME เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

Back to top button