RT ไตรมาส 2 กำไร 20 ล้าน แย้มครึ่งปีหลังสดใส ทยอยรับรู้ “แบ็กล็อก” หมื่นล้าน

RT กำไรไตรมาส 2 โตแตะ 21 ล้านบาท ลุยส่งมอบงานสะท้อนราคาต้นทุนเดิมตามแผน และบริหารต้นทุนก่อสร้างดีขึ้น ทิศทางธุรกิจไตรมาส 3/66 มุ่งพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานก่อสร้าง พร้อมทยอยรับรู้แบ็กล็อก 10,101 ล้านบาท เชื่อมั่นผลประกอบการครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง


นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิศวกรรมโยธาและธรณีเทคนิค เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2/2566 บริษัทมีรายได้รวม 831.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 588.39 ล้านบาท จำนวน 243.53 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 41.39% และมีกำไรสุทธิ 20.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 0.21 ล้านบาท จำนวน 20.77 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9,890.48%

ด้านผลประกอบการครึ่งปีแรก 2566 บริษัทมีรายได้รวม 1,459.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,091.18 ล้านบาท จำนวน 368.08 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 33.73% และมีขาดทุนสุทธิ 17.21 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 25.10 ล้านบาท หรือขาดทุนลงลง 31.43%

สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทในช่วงไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 13.91% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 9.46% สาเหตุที่บริษัทมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นของทั้งรายได้และกำไรที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน จากการส่งมอบงานเก่าสะท้อนราคาต้นทุนเดิมได้ตามแผนงาน และ การทยอยรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างในมือที่การพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการบริหารต้นทุนก่อสร้างที่ดีขึ้น

สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงไตรมาส 3/2566 บริษัทคาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการวางแผนเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น โดยพัฒนาเทคโนโลยีการก่อสร้างมาใช้ควบคู่กับการบริหารแรงงาน รวมถึงการเพิ่มความรวดเร็วจากการลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น เพื่อส่งมอบงานคุณภาพได้ตามกำหนดเวลา

ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนการรับรู้รายได้จากการเร่งส่งมอบงานก่อสร้างในประเภทต่าง ๆ อาทิ ประเภทงานเขื่อนและระบบชลประทาน, ประเภทงานก่อสร้างอุโมงค์ และ งานประเภทอื่น ๆ ได้แก่ งานป้องกันและเสริมเสถียรภาพทางลาด (Slope Protection) ซึ่งถือเป็นการส่งมอบงานก่อสร้างที่สะท้อนราคาต้นทุนเดิมที่ปัจจุบันมีสัดส่วนเหลือเพียง 4% ของจำนวนงานทั้งหมดเท่านั้น และยังเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้ารับงานใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชนที่สะท้อนราคาต้นทุนปัจจุบันเพื่อเพิ่มอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังมีความก้าวหน้าจากโครงการก่อสร้างในมือเพิ่มขึ้น เช่น งานก่อสร้างอุโมงค์ดินอ่อน และ งานวางท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน (Pipe Jacking) ซึ่งจะสามารถทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 ประมาณ 10,101 ล้านบาท ซึ่งจากประสิทธิภาพการดำเนินงานประกอบกับมูลค่างานในมือปัจจุบัน ทำให้บริษัทเชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Back to top button