CISW ควัก 50 ล้าน รุกอีเว้นท์ “สุขภาพ-กัญชาการแพทย์” ดึงต่างชาติเข้าลงทุนไทย

CISW ควักเงินลงทุน 50-100 ล้านบาท เตรียมจัดงานอีเว้นท์ด้าน “สุขภาพ-กัญชาการแพทย์” หวังดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนไทย ขับเคลื่อนของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ผลักดันไทยสู่ระดับโลก


Jacky Ong ประธานกรรมการ บริษัท ชีไอยูสตับเบิ้ลยู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า CISW ย่อมาจาก Commercial, Investment, Services และ Worldwide โดยวางกลยุทธ์บริษัทให้เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยพัฒนาธุรกิจของไทยและเชื่อมต่อกับลูกค้าทั่วโลก ในขณะที่กระแสหลักด้านสุขภาพกำลังเป็นที่รู้จักและเติบโตขึ้น

สำหรับ CISW Holding Group หรือ CHG ร่วมกับ CISW International, CISW Green World และ CISW European Wellness World โดย CISW มีมูลค่าบริษัทธุรกิจ 20-30 ล้านดอลลาร์ เป็นผู้นำในภาคส่วนกัญชาทางการแพทย์และสุขภาพ

ทั้งนี้ CISW ได้จัดงานแถลงข่าว ณ โรงแรมบางกอกอินเตอร์คอนติเนนตัล เผยถึงภาพรวมของงานอีเว้นท์ประกอบด้วย 2 หัวข้อหลัก คือ Wellness และ Medical Canabis โดยจัดเป็นทั้งเทศกาลนานาชาติและสุดยอดของการประชุมระดับโลก โดยลงทุนงานอีเว้นท์ปี 2566-2567 มูลค่า 50-100 ล้านบาท โดยในปีนี้ลงทุนประมาณ 20 ล้านบาท ส่วนปี 2567 ลงทุนประมาณ 30-50 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้สอดคล้องกับภาครัฐ โดยมีแนวคิด Soft Power มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

โดยครอบคลุมระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) และธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) โดยส่งเสริมระบบนิเวศแบบองค์รวมภายในอุตสาหกรรมกัญชาทางการแพทย์ เพื่อผลักดัน Soft Power ความเป็นไทย โดยเฉพาะเทศกาลประเพณี (Festival) เพื่อไปสู่ระดับโลก ช่วยสร้างรายได้และภาพลักษณ์ทีดีให้แก่ประเทศ อีกทั้งยังเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่องค์กรความรู้เพื่อสาธารณชน

ขณะนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างปรึกษาพาร์ทเนอร์ที่สนใจเข้ามาลงทุนในงาน โดยเฉพาะสิงคโปร์ ซึ่งมองว่าคนไทยเริ่มมีกำลังซื้อมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

1.ธุรกิจ Medical Canabis เป็นการใช้กัญชาทางการแพทย์ เตรียมจัดงานวันกัญชาโลก ในประเทศไทย เพื่อให้ผู้สนใจกัญชง กัญชา แลกเปลี่ยนความรู้ในเชิงพาณิชย์ และกัญชาทางการแพทย์ จะนำอุตสาหกรรมกัญชาร่วมกับภาคการท่องเที่ยว เพื่อผลักดันนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย

2.ธุรกิจ Wellness ส่วนใหญ่มองกลุ่มที่จะมาลงทุน คือ กลุ่มโรงแรม รีสอร์ท แพทย์แผนไทย เพื่อให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (medical tourism) เพราะคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเป็นอย่างมากในปัจจุบัน และยังมีการเชื่อมต่อประกันสุขภาพหลายแห่ง ส่วนมากเป็นแบรนด์ต่างประเทศและมีลูกค้าทั่วโลก โดยทางนักธุรกิจเริ่มให้ความสนใจเรื่องของอุตสาหกรรม Wellness เพิ่มมากขึ้น มองว่าจะสามารถต่อยอดลงทุนสร้างมูลค่าหลากหลาย

โดยมีโอกาสอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์หรือการดูแลสุขภาพของประเทศไทย เนื่องจากกำหนดเป้าหมายไปที่ลูกค้าระดับหรูซึ่งสามารถใช้จ่าย 3,000 เหรียญสหรัฐต่อวัน

นอกจากนี้ Jacky Ong เตรียมวางแผนที่จะนำบริษัทในเครือ CHG เข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า เพราะคาดว่าบริษัทและบริษัทในเครือจะเพิ่มมูลค่าปัจจุบันเป็นสองเท่าหรือสามเท่าจาก 50 ล้านดอลลาร์เป็น 100 ล้านดอลลาร์หรือ 150 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยมองว่ายังมีการลงทุนจำนวนมากจากทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ซึ่งหนึ่งในธุรกิจบริษัทได้รับเงินคืนมากกว่า 50% ของการลงทุน

นอกจากนี้ นางสาวภรารณ์ พรหมเลิศ นีลเซ่น Chief Operating Officer พร้อมด้วย Cluaus F. Nielsen ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีและนวัตกรรม (CTIO) บริษัท บี-เฮลธี เอเชีย จำกัด เป็นผู้ให้บริการ b-healthy.me แพลตฟอร์มดิจิทัล เวลเนส ที่น่าเชื่อถือ เพื่อการเรียนรู้และค้นหาข้อมูลสุขภาพ รีวิว และจองแพ็กเกจสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ “Your Holistic Wellness Companion” ฉลองปีที่ 3 แห่งความร่วมมืออันแน่นแฟ้นกับ CISW ในการขับเคลื่อนพัฒนาระบบเศรษฐกิจต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจด้านสุขภาพ โดยเลือก CISW เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ มีเครือข่ายที่กว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ บี-เฮลธี เอเชีย มีแผนที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใน 5-7 ปีข้างหน้า ซึ่งขณะนี้ขยายขอบเขตการบริการมากขึ้น หลังจากร่วมมือกับเครือโรงแรมหรูชั้นนำ เปิดตัว Chiva Rak Wellness Centre เป็นสถานที่สำหรับผู้รักสุขภาพ พร้อมโปรโมทแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันเปิดบริการไปแล้ว 2 สาขา

โดยระยะต่อไปอยากทำให้คล้ายกับแฟรนไชส์อย่างเช่น Starbuck มีแผนที่จะเติบโตแบบออร์แกนิก ซึ่งรูปแบบธุรกิจของ B-Healthy ได้รับการพิสูจน์แล้ว แต่จะต้องใช้เวลาอีกสองสามปีเนื่องจากแอปพลิเคชั่นยังอยู่ระหว่างกำลังเริ่มสร้างข้อมูลด้านสุขภาพขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากธุรกิจที่ปรึกษาด้านการตลาดและไอทีแล้ว B-Healthy ยังต้องสร้างและขยายสาขา Academy เพื่อจัดการกับข้อจำกัดข้างต้น มองว่าสิ่งนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากผู้คนมีความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจด้านสุขภาพมากขึ้น

Back to top button