จับตาปี 67 กลุ่ม “อิเล็กทรอนิกส์” คึก! รับยอดชิ้นส่วนรถยนต์พุ่ง

“บล.บัวหลวง” มองปี 67 กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ “DELTA- KCE- HANA” รับดีมานด์ฟื้นตัว แนะนำใช้กลยุทธ์ "ซื้อเก็งกำไร" โดยคาดการณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ในปี 2567 ยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดี


บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ (26 ธ.ค. 66) ประเมินเกี่ยวกับหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ในระยะสั้น เนื่องจากไทยเผชิญกับความท้าทายจากปัญหาเศรษฐกิจโลก แต่อย่างไรก็ดีบริษัทบางแห่งมีแนวโน้มที่จะยังคงปรับตัวได้ดี โดยได้รับประโยชน์จากแนวโน้มระยะยาวในการเพิ่มปริมาณชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ต่อคัน ดังนั้น จึงแนะนำใช้กลยุทธ์ “ซื้อเก็งกำไร” โดยพิจารณาขายในสถานการณ์กดดันในระยะสั้น และซื้อโดยพิจารณาจากแนวโน้มระยะยาวที่ดี

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการผลิตรถยนต์ทั่วโลกจะชะลอตัวลง แต่คาดการณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ในปี 2567 ยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตจะทรงตัวอยู่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน

ทั้งนี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าการเพิ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่อคันจะช่วยลดผลกระทบของการสะสมสินค้าคงคลังในระดับสูงสุดไปแล้วในซัพพลายเชนยานยนต์ ควบคู่ไปกับจำนวนการผลิตรถยนต์ที่ลดลงในตลาด แม้ว่าการสะสมสินค้าคงคลังที่ผ่านจุดสุงสุดไปแล้วใกล้จะเสร็จสิ้น ซึ่งไม่น่าจะเปลี่ยนมาเป็นปัญหา และนักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่าระดับสินค้าคงคลังจะคงอยู่ในระดับใหม่เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด สะท้อนถึงวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมต่อแนวทางปฏิบัติด้านสินค้าคงคลังแบบเดิมๆ

ขณะที่ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่อคันกำลังมีทิศทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนุนโดยการนำรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีการขับขี่แบบอัตโนมัติมาใช้อย่างกว้างขวาง ส่วนกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับกลุ่มยายนต์ไฟฟ้า power electronics คิดเป็นมูลค่า 20-25% ด้วยมูลค่าเฉลี่ย 7,804 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป (ICE) เพื่อให้บรรลุความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติในระดับที่สูงขึ้น ทั้งเซ็นเซอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (LiDAR, เรดาร์, กล้อง), เซมิคอนดักเตอร์ และซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนต่อคัน จึงมีความจำเป็น ตามแผนงานการพัฒนาการขับขี่แบบอัตโนมัติ

ดังนั้นฝ่ายนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามูลค่าของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเปลี่ยนจาก L1 เป็น L3 ก็ตาม ตัวอย่างเช่น โมดูลกล้อง 7 ตัวจะถูกนำมาใช้ในการออกแบบ L3 เมื่อเทียบกับกล้องเพียงตัวเดียวในระบบ L1 ซึ่งหมายถึงการใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 7-8 เท่า

แม้ว่าปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโตของบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA แต่ธุรกิจ EV กำลังเผชิญกับความท้าทายในระยะสั้นจากการดีเลย์และขยายระยะเวลาการสั่งซื้อ ขณะที่ดาต้าเซนเตอร์จะรักษาเสถียรภาพไว้ได้ในปี 2566 และคาดการณ์ว่าอุปสงค์จะฟื้นตัวในปี 2567

ส่วนการเติบโตของ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE หนุนจากการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในยานพาหนะเพิ่มมากขึ้น ระบบอัตโนมัติระดับ 3-5 ช่วยเพิ่มรายได้ 600-1,200 เหรียญสหรัฐ สำหรับชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ต่อรถยนต์หนึ่งคัน ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ในปี 2564-2568 เติบโตเฉลี่ย (CARG) จะอยู่ที่ 30% สำหรับโมดูกล้อง ADAS เทียบกับ 6% สำหรับโมดูลที่ไม่ใช่ ADAS ที่จะสร้างความเชื่อมั่นต่อ KCE จากความซับซ้อนของเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้นในยานพาหนะสมัยใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ปริมาณการขาย

นอกจากนี้ประเมิน บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA มีมุมมองเชิงบวกต่อซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) อย่างไรก็ตาม แม้ว่า SiC จะมีความสำคัญต่อธุรกิจในอนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า แต่ในระยะสั้นก็ไม่สามารถเลี่ยงอุปสงค์

ที่ชะลอตัวจากตลาดปลายทางได้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนไปเน้นรถ EV ระดับล่าง ซึ่งนิยมใช้ Si มากกว่า SiC ซึ่งการฟื้นตัวของสมาร์ทโฟนและพีซี คาดการณ์ว่าจะเป็นปัจจัยหนุน HANA ในปี 2567

Back to top button