“กรภัทร” แนะกลยุทธ์ตั้งรับ! ชู 14 หุ้นรับเศรษฐกิจไทยฟื้น

“กรภัทร วรเชษฐ์” มอง SET ฟื้นตัวเดือนนี้! ใช้กลยุทธ์ตั้งรับ 6 ธีม 14 หุ้นน่าลงทุน รับประโยชน์แนวโน้มดอกเบี้ยขาลง-เศรษฐกิจไทยฟื้น พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,400 จุด แนวต้าน 1,417 จุด


นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) หรือ KCS กล่าวในรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (11 เม.ย. 67) ว่า หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีเงินเฟ้อ CPI ออกมาเพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) เพิ่มขึ้นนั้น จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยเพียงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีราคาถูก เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาค และเงินบาทเริ่มแข็งค่าขึ้นเทียบกับสกุลเงินอื่นๆในภูมิภาคเช่นกัน

โดยประเมินภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ ยังคงเป็นลักษณะการพักตัวในกรอบแนวรับ 1,400 จุด ส่วนแนวต้าน 1,417 จุด และคาดการณ์ว่าในระยะถัดไปจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวขึ้นได้ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. เป็นต้นไป เป็นผลจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เริ่มได้รับการแก้ไข ทั้งในเรื่อง Outstanding Short Positions มาตรการชอร์ตเซล และการเปิดรับฟังความเห็นของมาตรการกำกับชอร์ตเซลจนถึงวันที่ 21 เม.ย. 67 และหลังจากนั้นมาตรการจะเริ่มออกมา ซึ่งจะช่วงดึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนตลาด ผลักดันหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นได้

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเป็นการถอยรับหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและแนวโน้มที่กนง.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง โดยแบ่งเป็น 1. กลุ่มการบริโภค แนะนำหุ้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT และ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC เริ่มมีแรงซื้อเข้ามา

2. กลุ่มไฟแนนซ์ อาทิ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD 3. กลุ่มโรงไฟฟ้า แนะนำหุ้นเด่นคือ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF 4. กลุ่มรับวัฏจักรเศรษฐกิจโลกขาขึ้นในภาคการผลิตที่แข็งแรง เป็นแรงบวกต่อหุ้นไทย อาทิ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA, บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP, บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU

5. กลุ่มท่องเที่ยว ที่เป็นปัจจัยหนุนหลักของเศรษฐกิจไทย อาทิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT และ 6. กลุ่มเครื่องดื่ม รับหน้าร้อนในช่วงเดือนนี้และเดือนหน้า อาทิ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP และ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI

“อย่างไรก็ตาม ยังมีหุ้นที่ต้องระมัดระวังในการลงทุนช่วงนี้ คืออุตสาหกรรมส่งออกยานยนต์ เนื่องจากยังมีปรับโครงสร้าง ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ ที่ต้องรอดูกันต่อไป” นายกรภัทร กล่าวเพิ่ม

Back to top button