
UAC ส่งซิกครึ่งปีหลังฟื้นตัว หลังเดินเครื่องโครงการขยะ “อินโด” มั่นใจรายได้โต 15%
UAC ส่งซิกครึ่งหลังปี 68 แนวโน้มฟื้นตัว หลังเริ่มรับรู้รายได้โครงการ RDF3 ขยะมูลฝอยอินโดนีเซีย มุ่งเป้าเติบโตทั้งปี 12-15% ย้ำเน้นธุรกิจหลักด้านพลังงาน ปิโตรเลียม ขณะเดียวกันศึกษา Green Business เสริมศักยภาพระยะยาว
นางอารีย์ พลีขันธ์ General Manager-Accounting บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน (Opportunity Day) จัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ระบุว่า บริษัทมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ที่ 25.98 ล้านบาท ลดลง 16.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 31.01 ล้านบาท ทั้งนี้ เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 3.89 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.70% โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น เช่น ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าศึกษาโครงการใหม่
สาเหตุหลักของการลดลงของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้เป็นผลจากรายได้อื่นที่ลดลง โดยในปี 2567 บริษัทเคยได้รับเงินปันผลจากบริษัทร่วม ซึ่งได้โอนขายหุ้นทั้งหมดไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมาทำให้ในปี 2568 ไม่มีรายได้พิเศษดังกล่าวเข้ามาสนับสนุนผลประกอบการ ส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 69.40 ล้านบาท ลดลง 24.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 91.41 ล้านบาท
นางสาวอลิสา ชีวะเกตุ General Manager-Strategic Investment กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินงานครึ่งหลังปี 2568 ยังมองว่าผลงานจะมีโอกาสเติบโตมากกว่าครึ่งแรกปี 2568 เนื่องจากเริ่มรับรู้รายได้จากดำเนินโครงการ อินโดนีเซีย ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Sukabumi ภายใต้ บริษัท PT CAHAYA YASA CIPTA หรือ CYC โดยเป็นการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ผลิตภัณฑ์หลักคือเชื้อเพลิงขยะ RDF3 กำลังการผลิตประมาณ 40,000 ตันต่อปี ปัจจุบันสามารถผลิตได้ประมาณ 60-80 ตันต่อวัน ส่วนมูลค่าการลงทุนราว 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นความร่วมมือกับภาครัฐของอินโดนีเซีย
ขณะที่ เป้าหมายรายได้ทั้งปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 12-15% ต่อปี โดยยึดฐานการเติบโต (Base Case) ที่ 15% ต่อปี อีกทั้ง ตั้งเป้าหมาย EBITDA มากกว่า 20% ของรายได้ และมุ่งรักษาการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) ในบริบทของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และธุรกิจเคมีสีเขียว (Green Chemicals)
พร้อมกันนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับ กระแสเงินสด (Cash Flow) โดยพิจารณาสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศ ที่ไม่แน่นอน เนื่องจากมองว่าเงินสดเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจ
“สำหรับทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทมองว่ายังคงดำเนินงานตามกรอบเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ แต่ในปี 2568 ได้มีการศึกษาหลายโครงการใหม่ที่เกี่ยวกับ Green Business แม้จะไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่ แต่หากพิจารณาแล้วมีความเสี่ยงต่ำและคุ้มค่าต่อการลงทุน โครงการเหล่านี้ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยให้ UAC พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ พร้อมสร้างผลประโยชน์เพิ่มขึ้นต่อองค์กร ทั้งนี้ รายได้หลักของ UAC ยังคงมาจากกลุ่มธุรกิจเดิม ได้แก่ เทรดดิ้ง พลังงาน และปิโตรเลียม” นางอารีย์ กล่าวทิ้งท้าย