
ศาล รธน.มีมติให้ “แพทองธาร” พ้นตำแหน่งนายก บทสนทนาฮุนเซน พบพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
ศาล รธน.มีมติให้ “แพทองธาร” พ้นตำแหน่งนายก บทสนทนาฮุนเซน พบพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (29 ส.ค.68) ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาเพื่ออ่านคำวินิจฉัย เรื่องประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีที่มีคลิปเสียงสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ถูกเผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์นั้น
องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่า พฤติการณ์ของนางสาวแพทองธาร ไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่า บทสนทนาที่เกิดขึ้นในคลิปเสียงดังกล่าวไม่ทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย หรือส่งผลที่ทำให้ประเทศเกิดการสูญเสียอธิปไตย ตามที่ถูกตีความในคลิปเสียงสนทนาระหว่างสมเด็จฮุน เซน กับนางสาวแพทองธาร จึงยังไม่มีลักษณะเป็นผู้ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
แต่ทั้งนี้ เนื้อหาในการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร และสมเด็จฮุน เซน ที่ตำหนิแม่ทัพภาค 2 แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอทางการเมืองให้กัมพูชารู้ และใช้แทรกแซงได้ การขอความเห็นใจ ไม่ใช่เทคนิคการเจรจา แต่เป็นการขาดความความรอบคอบในการปฎิบัติหน้าที่
แม้ผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่า เป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัวโดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุข และอธิปไตยของไทยก็ตาม แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉย และไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบหรือกำหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเอง ให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะ วิสัย และพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ เพราะเหตุแห่งความสัมพันธ์ส่วนตัวในลักษณะเป็นฝั่งเดียวกันกับกัมพูชา พร้อมที่จะทำตามหรือจัดการตามที่ฝ่ายกัมพูชาต้องการมาโดยตลอด ส่วนแม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ถูกร้องเห็นว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้าม
ผู้ถูกร้องไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 422 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
โดยศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้อง นายกฯ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ คือ 1 ก.ค. 2568 เนื่องจากผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง