
“เงินบาท” เปิดเช้านี้แข็งค่าเล็กน้อย 31.44 บ./ดอลลาร์
TTB เผยเงินบาทเช้านี้แข็งค่าเล็กน้อยตามดอลลาร์อ่อน หลังเงินเฟ้อสหรัฐต่ำคาด หนุนคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น พร้อมประเมินกรอบค่าเงินวันนี้ 31.30-31.60 บาทต่อดอลลาร์
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้าวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 31.44 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 31.47 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยทิศทางค่าเงินได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังสหรัฐอเมริกาเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาด
ทั้งนี้ เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ส่งผลให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้น โดยข้อมูลจาก Fed Watch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักร้อยละ 58 ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงร้อยละ 0.25 ในการประชุมเดือนมีนาคม จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียงร้อยละ 32.9 และคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่สองในเดือนกรกฎาคม เร็วกว่าที่เคยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอยู่ในช่วงร้อยละ 3.00-3.25 ณ สิ้นปี 2569
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 ในเดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 3.1 และชะลอลงจากระดับร้อยละ 3.0 ในเดือนกันยายน ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ร้อยละ 3.0 และลดลงจากระดับร้อยละ 3.0 ในเดือนกันยายนเช่นกัน
ด้านตลาดแรงงานสหรัฐ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 13,000 ราย สู่ระดับ 224,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 200,000 ราย
สำหรับปัจจัยต่างประเทศอื่น เงินยูโรอ่อนค่าลงหลังธนาคารกลางยุโรปมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ร้อยละ 2.00 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ร้อยละ 2.40 และอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ร้อยละ 2.15 ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษมีมติด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 4 ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 สู่ระดับร้อยละ 3.75 ซึ่งนับเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่สี่ในปีนี้
ขณะเดียวกัน สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ พบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยมูลค่า 1,600.49 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทยมูลค่า 676.52 ล้านบาท สะท้อนกระแสเงินทุนที่ยังคงไหลเข้าสินทรัพย์ไทยบางส่วน
สำหรับกรอบค่าเงินและกลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ ธนาคารประเมินกรอบค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐไว้ที่ 31.30-31.60 บาทต่อดอลลาร์ โดยแนะนำทยอยซื้อที่ระดับ 31.30 และขายที่ระดับ 31.60 ขณะที่ค่าเงินยูโรต่อบาทอยู่ในกรอบ 36.55-37.05 บาท แนะนำซื้อที่ระดับ 36.55 และขายที่ระดับ 37.05 เงินเยนต่อบาทอยู่ในกรอบ 0.2000-0.2035 บาท แนะนำซื้อที่ระดับ 0.2000 และขายที่ระดับ 0.2035 ส่วนค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงต่อบาทอยู่ในกรอบ 41.82-42.22 บาท และค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียต่อบาทอยู่ในกรอบ 20.55-20.95 บาท
