“กรุงศรี” มอง SET สัปดาห์นี้ฟื้นตัว จับตาส่งออกไทย–ฟันด์โฟลว์ ชู ERW–CENTEL–BDMS

“บล.กรุงศรี” ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ 22–26 ธ.ค.68 มีแนวโน้มฟื้นตัว ให้แนวต้าน 1,266–1,284 จุด หลังแรงกดดัน DELTA ลดลง พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้น Big Cap หุ้นบริการอิงท่องเที่ยว และ Dividend Play รับโมเมนตัมปลายปีต่อเนื่องต้นปีหน้า โดยชู ERW, CENTEL และ BDMS เป็นหุ้นเด่น พร้อมจับตาตัวเลขส่งออกไทยเดือนพ.ย.68-ฟันด์โฟลว์ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ


บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้(22-26 ธ.ค.68) มีแนวโน้ม “ฟื้นตัว” โดยให้กรอบแนวต้านที่ระดับ 1,266 และ 1,284 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,238 และ 1,224 จุด หลังแรงกดดันจากหุ้น DELTA ที่ถ่วงดัชนีในสัปดาห์ก่อนเริ่มคลี่คลาย จากการที่น้ำหนัก DELTA ในดัชนี SET50 ล่าสุดอยู่ที่ราว 10.6% ใกล้ระดับเพดานน้ำหนักสูงสุดที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ ส่งผลให้ความผันผวนของตลาดมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับปัจจัยเชิงบวกในช่วงต้นปี 2569 โดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้งใหญ่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าสุดในรอบเกือบ 5 ปี สะท้อนจิตวิทยาความเชื่อมั่นในเชิงบวกของนักลงทุน และเอื้อต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนในระยะถัดไป

ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แนะนำติดตามหุ้น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินทุนต่างชาติ เช่น กลุ่มธนาคาร สื่อสาร ไฟฟ้า และปิโตรเคมี 2.กลุ่มหุ้นอิงภาคบริการซึ่งคาดว่าจะได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน โดยสะท้อนจากยอดเที่ยวบินจีนเข้าไทยที่ปรับตัวดีขึ้น จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นและจีน รวมถึงแรงส่งในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเทศกาลปีใหม่ ครอบคลุมกลุ่มโรงแรม การบิน โรงพยาบาล และค้าปลีก และ 3.กลุ่มหุ้น Dividend Play สำหรับการลงทุนรับกระแสเงินปันผล

สำหรับหุ้นเด่นประจำสัปดาห์ บล.กรุงศรีแนะนำ ERW ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 3.30 บาท จากสัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนคิดเป็นราว 14% ของฐานลูกค้า ซึ่งได้ประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวจีน ขณะที่ CENTEL ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 37.50 บาท มีสัดส่วนลูกค้าจีนราว 6% และทุกกลุ่มธุรกิจมีแนวโน้มเป็นแรงขับเคลื่อนการฟื้นตัวในปี 2569 ส่วน BDMS ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 29 บาท ได้แรงหนุนจากสัดส่วนลูกค้าต่างชาติประมาณ 30% และมีเครือข่ายโรงพยาบาลครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของประเทศ

ในด้านธีมการลงทุน บล.กรุงศรีแนะนำหุ้นเด่นเดือนธันวาคม 2568 ได้แก่ AMATA, GLOBAL, CENTEL, ERW, IVL, PTTGC และ MTC ขณะที่หุ้นเด่นไตรมาส 4/2568 ประกอบด้วย AOT, BJC, CPALL, GULF, HMPRO, IVL, MTC, PTTGC, TOP และ WHA ส่วนกลุ่ม Small Cap Play แนะนำ AMATA, CENTEL, ERW และ GLOBAL

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อตลาดในสัปดาห์นี้ นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่ ตัวเลข GDP ไตรมาส 3/2568 คาดเติบโต 3.10%, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค Conference Board เดือนธันวาคม และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤศจิกายน

ด้านปัจจัยในประเทศ ติดตามตัวเลขส่งออกและนำเข้าเดือนพฤศจิกายน ซึ่งตลาดคาดว่าจะขยายตัว 8.8% และ 13.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีโมเมนตัมบวกต่อเนื่อง จากแรงส่งนักท่องเที่ยวจีนสลับญี่ปุ่นมาไทยต่อเนื่องถึงต้นปี 2569 ผสานเป็นสัปดาห์สุดท้ายก่อนเทศกาลปีใหม่ที่น่าจะเห็นนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้ามา และติดตามแนวนโยบายและคะแนนนิยมของพรรคการเมืองหลัก ตลอดจนประมาณการกำไรตลาดปี 2568F ที่ระดับ 89.1 บาทต่อหุ้น โดยกลุ่มที่มีการปรับประมาณการเพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มบรรจุภัณฑ์และสื่อสาร ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมีและอสังหาริมทรัพย์มีการปรับลดลง

ขณะเดียวกัน กระแสเงินทุนในสัปดาห์ก่อนพบว่าเงินทุนไหลออกจากตลาดไทยสุทธิ 58.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ยังมีเงินไหลเข้าตลาดหุ้น 40.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่มีการขายพันธบัตรสุทธิ 99.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าเคลื่อนไหวในกรอบ 31.4–31.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป

Back to top button