BA บวก 3% รับยอดจองตั๋วโต-โบรกมอง Q2 เด่นสุดกลุ่มสายการบิน ชูเป้า 22 บาท

BA ปรับตัวบวก 3% รับแรงหนุนยอดจองตั๋วล่วงหน้าช่วง มิ.ย.-ก.ย. 69 โต โดยเฉพาะเส้นทางสมุยยังแข็งแกร่ง ด้าน บล.กรุงศรี คาดผลงานไตรมาส 2/2569 เด่นสุดในกลุ่มสายการบิน พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 พ.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ณ เวลา 10:12 น. อยู่ที่ระดับ 14.60 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 2.82% ราคาสูงสุด 14.70 บาท ราคาต่ำสุด 14.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 61.39 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุในบทวิเคราะห์ว่า BA ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ยอดจองตั๋วล่วงหน้าช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน 2569 ยังเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อยที่ 1% โดยเฉพาะเส้นทางบินสมุยที่ขยายตัวประมาณ 1-8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่เส้นทางบินอื่นในประเทศและเส้นทางบินระหว่างประเทศปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ BA ได้ทยอยปรับราคาตั๋วโดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 2-10% เพื่อสะท้อนต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารประเมินว่าการปรับขึ้นราคาดังกล่าวยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด ขณะที่ช่วงที่เหลือของปี บริษัทมีสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันในสัดส่วนประมาณ 25-26% ของปริมาณการใช้น้ำมันทั้งหมด ที่ราคาต่ำกว่า 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ขณะเดียวกัน BA ระบุว่า ปริมาณการให้บริการของสายการบินตะวันออกกลางเริ่มทยอยฟื้นตัว หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีทิศทางผ่อนคลายลงจากระดับความรุนแรงของการโจมตีที่ลดลง

สำหรับความคืบหน้าโครงการลงทุนสนามบินอู่ตะเภา ภาครัฐได้กำหนดเริ่มงานแล้วเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชนะโครงการ ซึ่งประกอบด้วย BA, BTS และ STECON ยังคงอยู่ระหว่างการเจรจาปรับเงื่อนไขการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะอุตสาหกรรมการบินที่เปลี่ยนแปลงไปจากช่วงที่ชนะการประมูล

ส่วนสัญญาสัมปทานบริหารภาคพื้นดินและคลังสินค้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ในเดือนกันยายน 2569 ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน ขณะที่ BA ยังคงแผนรับมอบเครื่องบินใบพัด 2 ลำ ซึ่งจะทำให้ฝูงบินเพิ่มขึ้นเป็น 24 ลำ

บล.กรุงศรีมีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อยต่อข้อมูลที่ได้รับจากการประชุม เนื่องจากยอดจองตั๋วล่วงหน้าช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน 2569 ยังเติบโตจากปีก่อน แม้โครงการอู่ตะเภาและสัมปทานบริหารภาคพื้นดินและคลังสินค้ายังคงไม่มีความชัดเจน โดยยังคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ของ BA จะแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มสายการบิน แม้ได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์สงครามและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง แต่ยังมีโอกาสทำกำไรได้จากอุปสงค์เส้นทางบินสมุยที่แข็งแกร่ง รวมถึงรายได้เงินปันผลรับจาก บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ที่เข้ามาช่วยสนับสนุน แตกต่างจากผู้ประกอบการสายการบินรายอื่น เช่น บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ที่คาดว่าผลประกอบการอาจพลิกเป็นขาดทุน

ทั้งนี้ บล.กรุงศรียังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BA ให้ราคาเป้าหมายที่ 22 บาท โดยมองว่า BA เป็นหุ้นสายการบินที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามสหรัฐ-อิหร่านและราคาน้ำมันสูงน้อยกว่าคู่แข่ง แม้คาดว่ากำไรปกติปี 2569 จะลดลง 38% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังถือว่าดีกว่าสายการบินอื่นที่มีความเสี่ยงพลิกเป็นขาดทุน อีกทั้งยังมีปัจจัยหนุนจากการลุ้นความคืบหน้าโครงการอู่ตะเภา ซึ่งอาจช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาวให้กับบริษัทฯ

Back to top button