
“อนุทิน” สั่งลุย! หั่นงบรัฐ–รื้อโครงสร้างน้ำมัน พร้อมงัด พ.ร.ก. ปี 16 กู้วิกฤตพลังงาน
นายกฯ “อนุทิน” เปิดข้อเท็จจริงสงครามตะวันออกกลาง สร้างวิกฤตพลังงาน ทำหาน้ำมัน–ก๊าซยากขึ้น ดันราคาพุ่ง ลั่นลุย 3 แนวทาง ตัดงบรัฐก่อน ปรับโครงสร้างพลังงาน เร่งออกมาตรการบรรเทาภาระประชาชน หลังแถลงนโยบาย พร้อมใช้ พ.ร.ก. ปี 2516 หากจำเป็น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 เม.ย. 69) เวลา 20.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ภายหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่
โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้รัฐมนตรีทุกคนเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (7 เม.ย. 69) ทันที

จากนั้น เวลาประมาณ 21.51 น. นายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุม ครม. นัดพิเศษ โดยระบุว่า การสู้รบในตะวันออกกลางอันเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญของโลกทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งสิ่งพลอยได้จากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เช่น ปุ๋ย เม็ดพลาสติก ในตลาดโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยซึ่งต้องนำเข้าพลังงานจากแหล่งตะวันออกกลางถึงประมาณร้อยละ 50
ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นตามลำดับ และยกระดับสู่การโจมตีแหล่งผลิต โรงกลั่น คลังน้ำมัน และระบบขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วภูมิภาค เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ในอนาคตเหตุการณ์ความขัดแย้งจะยุติลง แต่โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคตะวันออกกลางยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูให้กลับมาผลิตได้ตามปกติ ดังนั้น ราคาพลังงานและการขาดแคลนผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมีจะยังคงดำรงอยู่อีกระยะหนึ่ง
“ข้อเท็จจริงสำคัญที่รัฐบาลจะต้องนำกราบเรียนพี่น้องประชาชนให้ทราบตามตรงก็คือ แม้รัฐบาลจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ แต่ปริมาณของน้ำมันและก๊าซที่หายไปจากแหล่งตะวันออกกลาง ทำให้มีความยากลำบากมากขึ้น ในการหาน้ำมันและก๊าซจากแหล่งอื่น ๆ”
รัฐบาลเลือกที่จะแถลงข้อเท็จจริงนี้ต่อพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และพร้อมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทุกคนขอยืนยันว่าจะทำงานหนัก เพื่อแก้ปัญหา ช่วยเหลือ และรักษาประโยชน์ของประชาชนทุกภาคส่วน ให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ไปด้วยกันให้ได้
“ขอให้พี่น้องประชาชนให้ความมั่นใจต่อรัฐบาลชุดนี้ พวกเราจะยืนอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน และทำงานเพื่อพวกท่าน เพราะเรามาจากพวกท่านครับ”
นายกรัฐมนตรี ระบุถึง 3 แนวทางที่จะดำเนินการในวิกฤตครั้งนี้ว่า รัฐบาลจะปรับลดงบประมาณในส่วนของภาครัฐ เพื่อนำงบประมาณมาใช้ ช่วยเหลือลดผลกระทบให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นลำดับแรก พร้อมจะปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน และค่าไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับพี่น้องประชาชน โดยเร็วที่สุด
และจัดให้มีมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่ง พลัส, โครงการไทยช่วยไทย, การจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกกลุ่ม และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะได้สื่อสารในรายละเอียดต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า จะดำเนินการให้เร็วที่สุด ภายหลังจากที่รัฐบาลได้ทำการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีภายในสัปดาห์นี้
“เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบในระดับโลก เรายอมรับความจริง และเราจะร่วมกันปรับเปลี่ยนเพื่อให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ความสามัคคีความร่วมมือของคนในชาติเป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยามนี้ ผมเชื่อว่าความพี่น้องชาวไทยทุกคนจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล และเราผ่านพ้นวิกฤตนี้ และอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคตนี้ได้อย่างมั่นคง”
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ในที่ประชุมครม. ได้แจ้งให้รัฐมนตรีทุกท่านรับทราบสถานการณ์ปัจจุบัน และเรื่องที่สืบเนื่องจากรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งรัฐบาลชุดนี้จะต้องดำเนินการสนับสนุนต่อไปเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและเป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศและประชาชน
ช่วงนี้น้ำมัน และผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากอุตสาหกรรมต่อเนื่อง อาจจะมีราคาแพงและขาดแคลนไปบ้าง ซึ่งรัฐบาลจะพยายามบริหารสถานการณ์ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนให้ได้รับความเดือดร้อนให้น้อยที่สุด และขอย้ำว่า จะมีมาตรการช่วยเหลือ ลดความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบจะได้แถลงให้ประชาชนได้รับทราบในเวลาอันไม่นานจากนี้
ตนได้ขอความร่วมมือให้รัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่สุดความสามารถ ในการทำให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเต็มไปด้วยประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์กับประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงแนวคิดการใช้ พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 นายกรัฐมนตรี ระบุว่า อาจจะมีบางส่วน ซึ่งตนขอให้คำยืนยันว่า ถ้ากระทรวงพลังงาน หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แจ้งถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจ ตาม พ.ร.ก.ฉบับนี้ ตนขอให้คำยืนยันว่า พร้อมจะรับผิดชอบและดำเนินการตามอำนาจขอบเขตที่ตนมี ถ้าเป็นประโยชน์และลดความเดือดร้อนของประชาชน

- ครม. เห็นชอบผลการศึกษา คตร. เดินหน้าคุมค่าการกลั่น–โครงสร้างน้ำมัน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม. มีมติเห็นชอบผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เบื้องต้น และมอบหมายให้กระทรวงพลังงาน ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และมติครม. ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์สาธารณะ ในการกำหนดค่าการกลั่นและค่าการตลาดที่เหมาะสม ในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูงเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ บรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และลดภาระต้นทุนของภาคธุรกิจในภาพรวม

ทั้งนี้ ผลการศึกษาครอบคลุม อาทิ ข้อมูลต้นทุนของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย ซึ่งได้ขอให้โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 รายจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบ ได้แก่ ค่า Crude Premium ค่า Product Premium ค่า War Risk Premium ค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) โดยเป็นข้อมูลประมาณการตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2569 พบว่า หลังจากเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เนื่องมาจากต้นทุนดังกล่าวที่ปรับตัวสูงขึ้น
โดย 2 หน่วยงานหลักของกระทรวงพลังงาน จะดำเนินการดังนี้
กรมธุรกิจพลังงาน
1. ปรับปรุงแบบฟอร์มการรายงานข้อมูลจากโรงกลั่นน้ำมันให้มีมาตรฐาน (Data Standard) เพื่อให้สามารถคำนวณแยกรายละเอียด (Breakdown) ต้นทุนและค่าการกลั่น
2. จัดทำตารางแยกรายละเอียดต้นทุนในช่วงภาวะวิกฤต อาทิ ค่า Crude Premium ค่า Product Premium ค่า War Risk Premium ค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) ให้เป็นปัจจุบัน
3. ประสานให้กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันจัดส่งข้อมูลชนิดและแหล่งที่มาของน้ำมันดิบที่นำเข้าจริงในปัจจุบัน
4. ศึกษาโครงสร้างและกำลังการผลิตของแต่ละโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อนำมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยสัดส่วนน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตได้รวมของทั้งประเทศ
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
1. ศึกษามาตรฐานสากลเพื่อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานกลางของค่า Premium ต่าง ๆ สำหรับใช้อ้างอิง (Benchmark)
2. ทบทวนและปรับปรุงตารางโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะดำเนินการสื่อสารและสร้างการรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงต่อไป

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงครม. นัดพิเศษวันนี้มีการพิจารณาปรับลดค่าการกลั่นและลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันหรือไม่ว่า ต้องให้คตร. ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เห็นชอบก่อน จากนั้นจึงมอบหมายให้กระทรวงการคลังศึกษา
ส่วนที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะใช้ พ.ร.ก.แก้ไขป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 บางส่วนนั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า น่าจะมีการออกมาตรการให้ Work from Anywhere (WFA) หรือทำงานนอกสถานที่ของข้าราชการ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที นอกจากนี้ ยังจะมีการกำหนดมาตรการเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมันตามเวลาที่กำหนด ให้จำหน่ายเป็นช่วงเวลา ส่วนรายละเอียดน่าจะเริ่มได้ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์

