
“ไทยก้าวใหม่” ยกทีมสมัคร สส.กทม. ชูนโยบาย 4 ด้าน ขอโอกาสแก้ปัญหาให้คนกรุง
“ไทยก้าวใหม่” ยกทีมสมัคร สส.กทม. 33 เขตวันแรก นำโดย “สุชัชวีร์–คุณหญิงกัลยา” ชูนโยบาย 4 ด้าน เน้นการพัฒนาคน เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และเทคโนโลยีกำกับความเสี่ยง ขอโอกาสแก้ปัญหาให้เมืองหลวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้( 27 ธันวาคม 68) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต สำหรับ “เลือกตั้ง 2569” เป็นวันแรก โดยที่กรุงเทพมหานครบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยก้าวใหม่ นำทีมสมัคร สส.กทม. พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้ประเทศไทยเจอวิกฤตทุกด้าน ตั้งแต่เศรษฐกิจ ภัยพิบัติ ปัญหาชายแดน และที่น่ากลัวที่สุด คือความสามารถในการแข่งขันและเรื่องการศึกษา เพราะนี่คือจุดตั้งต้นที่เราแข่งขันไม่ได้
วันนี้ประเทศไทยไม่ทำตามหลักวิชาการมาถึงทุกวันนี้ บิดเบือนนู่นนี่ ต้องมีนักวิชาการบริหารประเทศ ตรงไปตรงมาไม่บิดเบือน พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จุดขายคือเรื่อง “คน” ชาติใดคนดีคนเก่งคนคุณภาพชาตินั้นย่อมชนะ พรรคไทยก้าวใหม่นำเสนอ นโยบายธนู 4 ดอก ในการพัฒนาประเทศ
ดอกแรก เรื่องการสร้างคนใหม่ พลิกโฉมการศึกษา ให้เรามีโอกาสรีเซตการศึกษาไทย ให้เด็กไทยมีโอกาสเรียนฟรี ม่ใช่แค่ปริญญาตรี แต่ถึงปริญญาเอกในสาขาที่ขาดแคลนจริง ๆ เพราะวันนี้สาขาทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเราน้อยเหลือเกิน เรารู้เราทำเป็น
ดอกที่สอง เรื่องเศรษฐกิจใหม่ คนไทยต้องมาก่อน ถึงเวลาแบ้วที่ต้องลงทุนในวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ดูแล SME ไม่ให้คนอื่นมาเอาเปรียบ
ดอกที่สาม คุณภาพชีวิต สุขภาพ ความปลอดภัย จัดารกับภัยพิบัติ เราเป็นพรรคแรกพรรคเดียวที่เราบอกชัดเจนว่า เราจะเพิ่มหน้าที่ของรัฐธรรมนูญให้มีความรับปิดชอบต่อเรื่องภัยพิบัติ ไม่ใช่โทษฟ้าโทษฝน
ดอกที่สี่ ถ้ามีโอกาส ปราบคอร์รัปชันก่อนที่จะเกิดขึ้น ด้วยเทคโนโลยี
ขณะที่ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ เป็นนักวิทยาศาสตร์คนเดียวในสภา นักวิทย์เทคโนโลยี เคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ โลกสมัยนี้คือยุคดิจิทัล ต้องปูพื้นฐานให้คนไทยทุกคนมีพื้นฐานเพื่อปกป้องตัวเองและรับมือการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ในยุคดิจิทัลให้ได้
เราเน้นให้คนไทยมีความรู้เท่าทันประเทศอื่นแข่งขันได้ สำคัญที่สุด ขณะนี้ คนไทยทุกคนจะต้องเรียนการเขียนโค้ด เอไอ ภาษาอังกฤษ เพื่อจะแข่งขันกับประเทศอื่นและไปยืนอยู่ในเวทีโลกได้
พวกเรานอกจากมีความรู้ทำสำเร็จ เรามีตัวอย่างหลายตัวอย่างเช่นเรื่องแก้น้ำท่วมน้ำหลาก เรามีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยที่สุด เทคโนโลยีที่จะสามารถทำเป็นเหมือนเรดาร์สแกนพื้นที่ให้รู้เลยว่า น้ำท่วมตรงนี้จะเอาน้ำลงไปเก็บไว้ที่ใต้ดินได้อย่างไร
เพราะฉะนั้นเราทันสมัยด้วยความรู้และมีประสบการณ์ และเราทำมาแล้วที่อีสาน น้ำท่วมตรงไหนเราบอกเลยว่าตรงนี้เหมาะ แล้วเอาลงไปใต้ดิน จัดเก็บน้ำได้ปริมาณเป็นกี่เท่าของบนดิน แล้วถ้าต้องการใช้น้ำเมื่อไรก็เอาขึ้นมาใช้ได้ มีเราคนเดียวพรรคเดียวที่สามารถชูเรื่องนี้
นายสุชัชวีร์บอกว่า เรื่องภัยพิบัติเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้งน้ำหนุนเป็นจุดตายของประเทศจริง ๆ เห็นที่อยุธยา หาดใหญ่ เป็นสัญญาณแรง ถ้าไม่มีพรรคไหนพูดเรื่องนี้หรือมุ่งมั่นทำเรื่องนี้ ประเทศไทยอยู่ไม่รอด คนจนกว่าเดิม