MOSHI บวกต่อ 3% รับแผนปี 69 เร่งขยายสาขา-ดันรายได้โต 20%

MOSHI บวกต่อ 3% หลังนักวิเคราะห์มีมองบวกต่อแผนธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 15–20% จากสาขาเดิม (SSSG) ที่ยอดขายยังเป็นบวก พร้อมกับเร่งขยายสาขาใหม่ หนุนผลงานเติบโตต่อเนื่อง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ม.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI ณ เวลา 10:48 น. อยู่ที่ระดับ 34 บาท บวก 1 บาท หรือ 3.03% ราคาสูงสุด 34 บาท ราคาต่ำสุด 33.25 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 16.37 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ประเมินเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตในกรอบเพิ่มขึ้น 15-20% จากปีก่อน โดยคาดการณ์การเติบโตไว้ที่ระดับเพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน จากแรงหนุนของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่คาดขยายตัว เพิ่มขึ้น 3-5% ควบคู่กับแผนเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 35 แห่ง แบ่งเป็นสาขาในรูปแบบ Standalone ขั้นต่ำ 5 แห่ง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross margin) ยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น จากการเพิ่มสัดส่วนยอดขายในกลุ่ม Retail และการบริหาร Product mix ให้มีมาร์จิ้นสูงขึ้น

ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A ต่อรายได้) คาดว่ายังอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม แม้จะมีแรงกดดันจากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนคลังสินค้า (Warehouse) แห่งใหม่ รวมถึงการเพิ่มงบการตลาดราว 50 basis points เพื่อรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้น และการเตรียมทดลองกลยุทธ์ส่งเสริมการขายสินค้าในกลุ่ม Product Champion เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างมากขึ้น

สำหรับแผนขยายสาขาในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ 35 แห่ง ซึ่งสูงกว่าประมาณการเดิมที่คาดไว้ 30 แห่ง และยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจากปี 2568 ที่มีการเปิดสาขาใหม่ราว 39 แห่ง โดยนอกเหนือจากสาขาหลักในศูนย์การค้าแล้ว บริษัทเริ่มเดินหน้าทดลอง รูปแบบสาขาใหม่ เพื่อรองรับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

หนึ่งในรูปแบบที่น่าสนใจคือ สาขา Dreamland ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 มีขนาดพื้นที่ราว 300 ตารางเมตร มากกว่าสาขาปกติที่มีขนาดเฉลี่ยประมาณ 150 ตารางเมตร โดยเพิ่มการตกแต่ง จุดถ่ายภาพ และบรรยากาศภายในร้าน เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า ซึ่งบริษัทระบุว่ากระแสตอบรับเป็นไปในทิศทางที่ดี และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 1-2 แห่ง

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยาย สาขา Standalone ทั้งในทำเลใกล้สถานศึกษาและชุมชน โดยปัจจุบันมีอยู่ราว 7-9 แห่ง และในปี 2569 มีแผนเปิดเพิ่มอย่างน้อย 5 แห่ง แม้จะยังอยู่ในช่วงเรียนรู้ตลาด แต่บริษัทเริ่มเข้าใจปัจจัยสำคัญมากขึ้น ทั้งด้านทำเล ขนาดร้าน และกลุ่มสินค้า โดยที่ผ่านมามีเพียง 1 สาขาที่ยังมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้า

นักวิเคราะห์มองบวกต่อสาขา Standalone เนื่องจากใช้เงินลงทุนต่ำกว่าสาขาปกติราว 10-20% (สาขาปกติใช้เงินลงทุนประมาณ 5 ล้านบาทต่อสาขา) และช่วยขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่ม Mass มากขึ้น พร้อมมองว่ารูปแบบดังกล่าวมีโอกาสขยายตัวในระยะยาว หากบริษัทเริ่มเร่งเปิดสาขาประเภทนี้มากขึ้น ตลาดมีแนวโน้มให้น้ำหนักเชิงบวกในระยะกลางถึงยาว ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับ MRDIY ซึ่งมีสาขา Standalone ถึง 781 แห่ง จากทั้งหมดกว่า 1,072 แห่ง และมีฐานลูกค้าในกลุ่ม Mass เป็นหลัก

โดยรวม นักวิเคราะห์ยังมีมุมมองเชิงบวกจากการเข้าพบผู้บริหาร มองว่าบริษัทยังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการเติบโตชัดเจน ทั้งในด้าน SSSG ที่ปรับตัวได้รวดเร็ว สินค้าที่ตอบโจทย์ตลาด และแผนขยายสาขาที่เร่งตัวต่อเนื่องในช่วง 3 ปีข้างหน้า ประเมินกำไรในช่วง 2 ปีข้างหน้ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) เพิ่มขึ้นราว 18%

ในระยะสั้น คาดว่าผลประกอบการปี 2568-2569 (2025F) ยังเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ฐานจะอยู่ในระดับสูง โดย SSSG ยังเป็นบวกที่ระดับ 8% จากปีก่อน ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ ซื้อ จากราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 52 บาท ประเมินด้วยวิธี DCF

Back to top button