MINT บวก 3% ลุ้นกำไร Q4/68 โตเด่น แตะ 3.15 พันล้านบาท โรงแรมหนุน-ต้นทุนลด

MINT ปรับตัวขึ้น 3% หลังโบรกเกอร์คาดกำไรไตรมาส 4/2568 เติบโตแตะ 3.15 พันล้านบาท จากธุรกิจโรงแรมที่ขยายตัวราว 10% จากปีก่อน ขณะที่การควบคุมต้นทุนช่วยหนุนผลประกอบการ แม้ธุรกิจอาหารได้รับผลกระทบจากโครงการคนละครึ่งพลัส


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 ก.พ.69) ราคาหุ้นบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ณ เวลา 10:17 น. อยู่ที่ระดับ 23.60 บาท บวก 0.70 บาท หรือ 3.06% ราคาสูงสุด 23.70 บาท ราคาต่ำสุด 23 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 203.11 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของ MINT อยู่ในทิศทางเชิงบวก โดยคาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ประมาณ 3.15 พันล้านบาท สูงกว่าประมาณการเบื้องต้นเล็กน้อยที่ 3.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 14% จากไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก ธุรกิจโรงแรม ซึ่งมีภาพรวมรายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และทรงตัว จากไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าธุรกิจโรงแรมในยุโรปจะเริ่มเข้าสู่ช่วง Low Season โดย RevPAR เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 3% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่โรงแรมในประเทศไทยเติบโตโดดเด่นที่ 15% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมัลดีฟส์เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ธุรกิจอาหาร ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) โดยรวมปรับลดลง 2.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากไตรมาส 4/2567 ที่ติดลบ 0.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และจากไตรมาส 3/2568 ที่ติดลบ 0.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากตลาดประเทศไทยซึ่งหดตัว 2.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากผลกระทบของโครงการคนละครึ่ง ขณะที่ตลาดจีนกลับมาเติบโต 5.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 0.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

การควบคุมต้นทุน โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อยอดขายอยู่ที่ 31% ลดลงจากไตรมาส 4/2567 ที่ 33% จากการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 3% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง

บริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการ จัดตั้งกอง REIT และแผน Spin-off ธุรกิจอาหาร ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2569–2570

สำหรับแนวโน้มปี 2569 ดาโอคงประมาณการกำไรปกติไว้ที่ 9.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 1/2569 จะเติบโต จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยและมัลดีฟส์ แต่จะลดลง จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากธุรกิจโรงแรมในยุโรปเข้าสู่ช่วง Low Season

ด้านยอดจองล่วงหน้า (On the book) สำหรับไตรมาส 1/2569 เติบโต จากช่วงเดียวกันปีก่อน ได้ดี โดยประเทศไทยเพิ่มขึ้น 8–9%, ยุโรปเพิ่มขึ้น 4% และมัลดีฟส์เติบโตในระดับ สองหลัก

ดาโอให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 28.00 บาท ประเมินด้วยวิธี DCF โดยใช้อัตราคิดลด (WACC) 7% และอัตราการเติบโตระยะยาว (Terminal Growth) 1.5% ขณะที่ด้าน Valuation หุ้นซื้อขายที่ระดับ PER ประมาณ 13 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มเดียวกันอย่าง CENTEL และ ERW

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ ต้นทุนพลังงานในยุโรปที่อาจปรับตัวสูงกว่าคาด แม้บริษัทจะมีการทำ Hedging ครอบคลุมแล้ว 100% สำหรับปี 2569 รวมถึงความเสี่ยงจากการเกิดโรคระบาดใหม่ที่อาจกระทบภาคการท่องเที่ยว และแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค

Back to top button