ตลาดเกาหลีใต้งัด “เซอร์กิตเบรกเกอร์” หลังดัชนีรูด 5% เหตุหุ้นเทคฯ โดนเทขายหนัก

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดิ่งหนักหลุด 5,000 จุด งัดมาตรการ Circuit Breaker สกัดแรงขาย หลังนักลงทุนผวา “เควิน วอร์ช” นั่งประธานเฟดคนใหม่ ส่อตรึงดอกเบี้ยสูง ฉุดหุ้นบลูชิพร่วงระนาว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ทั้ง KOSPI และ KOSDAQ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในการเปิดการซื้อขายวันแรกของเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ต้องประกาศใช้มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว หรือ Sell-side Circuit Breaker เมื่อเวลา 12:31 น. เพื่อสกัดกั้นแรงเทขายที่หนาแน่น โดยมาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้หลังจากสัญญาฟิวเจอร์ส KOSPI 200 ซึ่งมีปริมาณการซื้อขายสูงสุด ปรับตัวผันผวนรุนแรงกว่า 5% ภายในระยะเวลา 1 นาที เมื่อเทียบกับวันทำการก่อนหน้า

สำหรับการเคลื่อนไหวของดัชนีหลัก เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ดัชนี KOSPI เปิดตลาดที่ระดับ 5,122.62 จุด ลดลง 1.95% ก่อนจะเผชิญแรงขายกดดันอย่างหนักในช่วงบ่าย จนร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 4,933 จุด หรือลดลงราว 5.5% ซึ่งถือเป็นการหลุดระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 5,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ช่วงการซื้อขาย ขณะที่ดัชนี KOSDAQ เปิดตลาดที่ 1,128.57 จุด ปรับตัวลดลง 1.82% และมีความผันผวนสูงจากการซื้อขายที่สวนทางกันระหว่างนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน

ปัจจัยลบสำคัญที่กดดันตลาดหุ้นเกาหลีใต้ มาจากการเสนอชื่อ นายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) อดีตกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ ซึ่งนายวอร์ชเป็นที่รู้จักในฐานะผู้มีแนวคิดสนับสนุนนโยบายการเงินแบบเข้มงวด (Hawkish) ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่าแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อาจล่าช้าออกไป หรืออาจมีการดำเนินนโยบายที่ตึงตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มบลูชิพ (Blue Chips) ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี โดยราคาหุ้น Samsung Electronics ปรับตัวลดลง 4.74% มาอยู่ที่ระดับ 152,900 วอน และหุ้น SK Hynix ร่วงลงรุนแรงถึง 6.71% มาอยู่ที่ 848,000 วอน ในช่วงเวลาเที่ยงวัน สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดต่อความไม่แน่นอนของปัจจัยมหภาคจากต่างประเทศ

Back to top button