
THAI แรงขายเริ่มสะเด็ดน้ำ เทรด 476 ล้านหุ้น หลังปลดล็อก “Silent Period” 6.6 พันล้านหุ้น
THAI กลับมาเทรดวันแรกหลังพ้น Silent Period ปลดล็อกกว่า 6.6 พันล้านหุ้น แต่แรงขายจริงออกมาเพียง 476 ล้านหุ้น สะท้อนแรงเทขายต่ำกว่าที่ตลาดกังวล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI กลับมาเปิดให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้งในวันนี้ (4 ก.พ.69) หลังสิ้นสุดช่วงห้ามซื้อขาย (Silent Period) ส่งผลให้หุ้นจำนวนกว่า 6,601 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นมากกว่า 25% ของทุนจดทะเบียน ถูกปลดล็อกและสามารถซื้อขายในตลาดได้พร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการซื้อขายล่าสุด ณ เวลา 14:52 น. พบว่าแรงขายหุ้นที่ออกมาจริงมีจำนวนประมาณ 476 ล้านหุ้น จากปริมาณการซื้อขายทั้งหมดบนกระดาน สะท้อนแรงเทขายที่ต่ำกว่าความกังวลของนักลงทุนในช่วงก่อนหน้า
ทั้งนี้ ราคาหุ้น THAI ณ เวลา 14:52 น. อยู่ที่ระดับ 5.95 บาท ลดลง 1.05 บาท หรือ 15% จากราคาปิดก่อนหน้า โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 2.81 พันล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเชิงลบ (Negative Sentiment) ต่อหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จากกรณีที่ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 หุ้น THAI จะพ้นกำหนด Silent Period และเริ่มกลับเข้าซื้อขายในตลาดจำนวน 6.6 พันล้านหุ้น คิดเป็น 23% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ซึ่งหุ้นส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน มีต้นทุนต่ำเพียง 2.5452 บาทต่อหุ้น อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้น
ทั้งนี้ก่อนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 หุ้น THAI ที่สามารถซื้อขายในตลาดมีเพียง 1.9 พันล้านหุ้น หรือคิดเป็น 7% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วเท่านั้น ส่งผลให้ปริมาณหุ้นหมุนเวียนในตลาดจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
คาดว่าหุ้นที่พ้น Silent Period จำนวน 6.6 พันล้านหุ้น ประกอบด้วย หุ้นเดิมของผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ หุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน (ต้นทุน 2.5452 บาทต่อหุ้น) และหุ้นเพิ่มทุน (ต้นทุน 4.48 บาทต่อหุ้น) โดยจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนและหลังการปรับโครงสร้างทุน คาดว่าหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนจะมีสัดส่วนสูงสุด คิดเป็น 74% ของทุนชำระแล้ว
อย่างไรก็ดี ประเมินว่า ประมาณ 61.5% ของหุ้นที่พ้น Silent Period รอบวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 จะยังไม่ถูกขายออกมาในตลาด โดยเป็นหุ้นที่ถือโดยกระทรวงการคลัง 38.9%, ธนาคารออมสิน 1.6%, สหกรณ์ออมทรัพย์ 12.5% และธนาคารกรุงเทพ 8.5%
ขณะเดียวกัน ยังมีหุ้น THAI อีก 19,803 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 70% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ที่ยังติด Silent Period และมีกำหนดพ้นข้อจำกัดการซื้อขายในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งคาดว่าหุ้นส่วนใหญ่ยังเป็นหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนเช่นเดียวกัน
มองประเด็นดังกล่าวเป็น Negative Sentiment เนื่องจากคาดว่าจะมีหุ้นต้นทุนต่ำจำนวนกว่า 2.5 พันล้านหุ้น (หลังหักส่วนที่คาดว่าจะไม่ขายออกมา) มีโอกาสถูกขายทำกำไร เพื่อลดความเสี่ยงจากคดีความที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล กรณีถูกฟ้องให้เพิกถอนมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องในการดำเนินงานของบริษัท การปรับโครงสร้างคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 สร้างความกังวลต่อตลาดในประเด็นการแทรกแซงการดำเนินงานจากภาครัฐ
อย่างไรก็ดี บล.กรุงศรี มองว่า ราคาหุ้น THAI ปรับตัวลดลงมาสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว โดยปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ปี 2569 ประมาณ 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มสายการบินในภูมิภาคที่ราว 10 เท่า และกลับมามีอัพไซด์ประมาณ 14% นอกจากนี้ คาดว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2568 จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.3% จากการคาดจ่ายเงินปันผล 0.32 บาทต่อหุ้น
จึงยังคงคำแนะนำ “Neutral” สำหรับหุ้น THAI ที่ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท โดยมองว่าระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากการพ้น Silent Period ของหุ้น 2 รอบใหญ่ ได้แก่ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 และ 4 สิงหาคม 2569 แต่ในเชิงมูลค่า ราคาหุ้นเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นแล้ว
