
CGSI อัพคำแนะนำซื้อ THAI เป้า 8.20 บาท ชี้พื้นฐานแกร่ง-พีอีต่ำ
CGSI ปรับเพิ่มคำแนะนำ THAI เป็น “ซื้อ” เป้า 8.20 บาท ชี้เป็นจังหวะสะสมหากราคาย่อตัวรับแรงเทขายหุ้นปลดล็อก Silent Period เชื่อพื้นฐานปี 69 แกร่ง Valuation จูงใจ P/E ต่ำเพียง 8.4 เท่า
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI โดยระบุว่า ในวันนี้ (4 ก.พ. 69) จะเป็นวันครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Silent Period) เป็นเวลา 1 ปี นับจากวันที่กลับเข้าซื้อขาย โดยผู้ถือหุ้นจะสามารถขายหุ้นออกมาได้ในสัดส่วนไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นที่ถูกห้ามขาย หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 6.6 พันล้านหุ้น จากจำนวนหุ้นที่ติดเงื่อนไขทั้งหมด 2.64 หมื่นล้านหุ้น ส่วนที่เหลืออีก 1.98 หมื่นล้านหุ้น จะสามารถขายได้ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มดังกล่าวถือครองโดย Strategic Investor จำนวน 1.557 หมื่นล้านหุ้น และนักลงทุนที่ได้รับจัดสรรจากการแปลงหนี้เป็นทุนอีก 1.084 หมื่นล้านหุ้น
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ประเมินว่า อาจมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นเกิดขึ้น เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนของผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ โดยจากการปรับโครงสร้างทุนในปี 2567 หุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนมีต้นทุนอยู่ที่ 2.5452 บาทต่อหุ้น และหุ้นเพิ่มทุน (RO) มีต้นทุนอยู่ที่ 4.48 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้ ปริมาณหุ้น Free Float ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากเดิมที่มีเพียง 1.9 พันล้านหุ้น อาจส่งผลกระทบต่อ Sentiment และการประเมินมูลค่าหุ้นในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ในแง่พื้นฐานธุรกิจปี 2569 ยังคงมีทิศทางสดใส โดยอ้างอิงข้อมูลจาก IATA ที่คาดว่ารายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (Passenger Yield) ทั่วโลกจะทรงตัว เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ลดลง เนื่องจากปัจจัยหนุนด้านราคาน้ำมันและข้อจำกัดด้านอุปทานเครื่องบินที่ยังขาดแคลน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ THAI เช่นกัน โดยคาดว่า Yield ของ THAI ในปี 2569 จะลดลงในอัตราที่ชะลอตัวเพียง 1.6% YoY เทียบกับปีก่อนหน้าที่ติดลบ 6% แม้กำไรปกติต่อหุ้นอาจลดลง 15% ตามการปรับตัวของ EBITDA สู่ระดับปกติและภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทจะยังคงมีความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานในเกณฑ์ดี
ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI จึงมองเป็นโอกาสในการเข้า “ทยอยสะสม” หากราคาหุ้นปรับตัวลงจากแรงกดดันระยะสั้น โดยได้ปรับเพิ่มคำแนะนำจากเดิม “ถือ” เป็น “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 8.20 บาท (อิง EV/EBITDA ปี 2570 ที่ 4.4 เท่า) เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ปรับตัวลงกว่า 26% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้สะท้อนปัจจัยลบเรื่องการเติบโตที่ชะลอตัวและการปลดล็อกหุ้นห้ามขายไปมากแล้ว จนทำให้ Valuation ปัจจุบันมีความน่าสนใจที่ระดับ P/E เพียง 8.4 เท่า โดยมีปัจจัยหนุนจาก Yield ที่แข็งแกร่งกว่าคาดและการรับมอบเครื่องบินที่เร็วกว่ากำหนด
อนึ่งวันนี้ราคาหุ้น THAI ปิดที่ระดับ 6 บาท ลบ 1 บาท หรือ 14.29% สูงสุดที่ระดับ 6.35 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 5.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.61 พันล้านบาท

