ฟินันเซีย ไซรัส แนะซื้อ SYNEX เคาะเป้า 14.70 บาท ลุ้นกำไร Q4/68 นิวไฮทะลุ 200 ล้านบาท

ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินผลประกอบการ SYNEX ไตรมาส 4/2568 มีแนวโน้มแข็งแกร่ง คาดกำไรอยู่ที่ 202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% เติบโตต่อเนื่องจากรายได้ที่ขยายตัวและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 14.70 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ประเมินผลการดำเนินงานของ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 จะอยู่ที่ 202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากปีก่อน และ 2.0% จากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เติบโตดีขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่อยู่ในระดับสูงขึ้น

ด้านรายได้รวมคาดทำจุดสูงสุดใหม่ เพิ่มขึ้น 9.3% จากปีก่อน และ 4.3% จากไตรมาสก่อน โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มสินค้า Apple สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สวมใส่ กลุ่มเกมมิ่ง และกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรส์ ขณะที่กลุ่ม IT consumer และ commercial ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรจากการดำเนินงานมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเล็กน้อย โดยคาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 3.8% ลดลงจาก 4.0% ในไตรมาส 4/2567 และ 3.9% ในไตรมาส 3/2568 สาเหตุหลักมาจากสัดส่วนรายได้จากสินค้า Apple ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมาร์จิ้นต่ำกว่า

ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้คาดอยู่ที่ 2.1% ลดลงจาก 2.3% ในไตรมาส 4/2567 และ 2.2% ในไตรมาส 3/2568 จากประโยชน์ของ economies of scale โดยภาพรวมคาดว่า operating margin จะอ่อนตัวลงเล็กน้อยทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปีก่อน ผู้บริหารให้มุมมองว่าในไตรมาส 4/2568 ไม่น่าจะมีการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) อย่างมีนัยสำคัญ จากแนวโน้มลูกหนี้ค้างชำระที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น

สำหรับประเด็นปัญหาการขาดแคลนชิป (chip shortage) ผู้บริหารมองว่ายังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยผลกระทบหลักจะอยู่ในกลุ่มสินค้า PC ซึ่งต้นทุน memory chip และ hard drive คิดเป็นสัดส่วนราว 30-40% ของต้นทุนขาย (COGS) ขณะที่สมาร์ทโฟนมีสัดส่วนต้นทุนดังกล่าวอยู่ในระดับเลขหลักเดียว

ปัจจุบัน SYNEX มีสินค้าคงคลังเฉลี่ยราว 30 วัน ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังไม่ได้รวมผลกระทบจาก chip shortage ไว้ในประมาณการ โดยคาดว่าผลกระทบหลักจะอยู่ในกลุ่ม IT consumer ซึ่งคิดเป็นราว 22% ของยอดขายทั้งหมด แต่คาดว่าจะชดเชยได้บางส่วนจากราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ปรับสูงขึ้น

โดยปี 2569 ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการว่ากำไรปกติจะเติบโต 9.49% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากรายได้ที่ขยายตัว โดยยอดขายเดือนมกราคม 2569 คาดว่าจะเติบโต 10-12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ผู้บริหารวางไว้

ทั้งนี้ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SYNEX ราคาเป้าหมายที่ 14.70 บาท อิงค่า P/E ปี 2569 ที่ระดับ 17 เท่า ใกล้เคียงกับกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Apple และกลุ่มค้าปลีก IT ระดับโลก โดยปัจจุบัน SYNEX ซื้อขายที่ระดับ 11.7 เท่า ของ P/E ปี 2569 และให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจราว 5% สำหรับปี 2569-2570

Back to top button