
กกต.ยันเลือกตั้ง-ประชามติราบรื่น ย้ำประชาชนกากบาทพลาด เสียคะแนนทันที
กกต. ยืนยันภาพรวมการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบเหตุผิดปกติร้ายแรง พร้อมย้ำประชาชนทำเครื่องหมายกากบาทให้ถูกต้อง และเดินหน้าคุมเข้มป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ก.พ.69) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยของหน่วยเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ โดยยืนยันถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ ว่ามีความสมบูรณ์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
จากการตรวจสอบในช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่พบเหตุผิดปกติร้ายแรงแต่อย่างใด พร้อมระบุว่าทาง กกต. ได้เน้นย้ำให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างดีที่สุดเพื่อลดข้อผิดพลาดในการลงคะแนน
ในส่วนของขั้นตอนการลงคะแนน นายณรงค์ให้ความสำคัญกับการทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งและบัตรประชามติ โดยกำชับว่าประชาชนต้องใช้เครื่องหมาย “กากบาท” (X) ที่มีจุดตัดชัดเจนเท่านั้น หากทำเครื่องหมายถูก (/) จะถือเป็นบัตรเสียทันที อย่างไรก็ตาม กกต. ไม่มีความกังวลมากนักเนื่องจากในทุกหน่วยเลือกตั้งมีการจัดแสดงตัวอย่างที่ถูกต้องไว้ให้ศึกษาแล้ว ส่วนปัญหาเรื่องการฉีกบัตรนั้นสถิติที่ผ่านมาพบว่าเกิดขึ้นน้อยมากและมักไม่ใช่ความตั้งใจที่จะกระทำผิดกฎหมายโดยตรง
ประธาน กกต. ยังได้กล่าวถึงกรณีการร้องเรียนเรื่องทุจริต โดยยอมรับว่ามีการตรวจสอบปัญหาการซื้อเสียงอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีความเชื่อมโยงถึงใครจะดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ตรวจสอบสถานะผู้สมัคร เนื่องจากหากไปลงคะแนนให้ผู้ที่ถูกศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง บัตรนั้นจะกลายเป็นบัตรเสียในทันที
ด้าน นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้เปิดเผยข้อมูลด้านความมั่นคงว่า ในช่วงคืนที่ผ่านมาได้มีการประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของหัวคะแนนอย่างใกล้ชิด จนสามารถตรวจสอบและยึดหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการเตรียมการซื้อเสียงได้ประมาณ 2-3 แห่งในพื้นที่เสี่ยง โดยหลังจากนี้ กกต. จะยังคงติดตามสถานการณ์และชี้แจงความคืบหน้าให้ประชาชนทราบเป็นระยะจนกว่าจะเสร็จสิ้นการนับคะแนน
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต. ตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยทำไว้ร้อยละ 75 โดยหวังว่าจะมียอดผู้มาใช้สิทธิสูงถึงร้อยละ 80-90 เพื่อเป็นการแสดงพลังของภาคประชาชนในการร่วมกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

