
“ภูมิใจไทย” คว้าแชมป์เลือกตั้ง! โบรกชี้ตั้งรัฐบาลได้เร็ว หนุน SET เชิงบวกทดสอบ 1,450 จุด
ผลเลือกตั้งทั่วไป 8 ก.พ. 69 อย่างไม่เป็นทางการ “พรรคภูมิใจไทย” คะแนนนำโด่ง มีลุ้นจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ บล.กรุงศรี ประเมินตลาดหุ้นไทยตอบรับเชิงบวก คาด SET แกว่งกรอบ 1,345-1,450 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายหลังการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 23:34 น. ซึ่งมีการนับคะแนนแล้วประมาณ 88% ของทั้งหมด ทั้งในส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ พบว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย จำนวน 197 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาชนได้รับคะแนนเป็นอันดับสอง จำนวน 112 ที่นั่ง
ส่วนพรรคเพื่อไทยได้คะแนนเป็นอันดับสาม จำนวน 78 ที่นั่ง ตามมาด้วยพรรคกล้าธรรมในอันดับสี่ จำนวน 57 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์อันดับห้าได้รับจำนวน 20 ที่นั่ง ตามลำดับ ทั้งนี้ ผลการนับคะแนนดังกล่าวยังไม่เป็นทางการ และต้องรอการประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อไป
จากผลคะแนนดังกล่าว ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยมีความได้เปรียบในการจัดตั้งรัฐบาล และมีแนวโน้มจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ท่ามกลางการจับตาของภาคธุรกิจและตลาดทุนต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจในระยะถัดไป
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า หลังการเลือกตั้ง ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มตอบรับในเชิงบวก จากความคาดหวังต่อรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยกรณีที่พรรคภูมิใจไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ตลาดมีโอกาสแกว่งตัวในแดนบวก จากนโยบายที่มีความต่อเนื่อง
โดยประเมินกรอบดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) จะแกว่งตัวในกรอบ 1,345-1,450 จุด พร้อมแนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นกลุ่มภาคบริการและการลงทุน ได้แก่ KBANK, KTB, BDMS, AOT, CENTEL และ GULF
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เบื้องต้นคาดว่า พรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้คาดว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคกล้าธรรม ส่งผลให้คะแนนเสียงรวมของทั้งสองพรรคมีโอกาสเกิน 250 เสียง ขณะที่ “พรรคประชาชน” ได้แถลงยอมรับผลการเลือกตั้ง และพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน หากพรรคภูมิใจไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ
ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มตอบรับเชิงบวก จากความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพ โดยประเมินแนวต้านดัชนีในวันถัดไปไว้ที่ระดับ 1,375–1,380 จุด
สำหรับกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย
กลุ่มการเงิน ได้แก่ MTC, KTC, SAWAD
กลุ่มการบริโภคในประเทศ ได้แก่ CPAXT, MOSHI, CBG, OSP, CPALL
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ WHA, AMATA
กลุ่มก่อสร้าง ได้แก่ STECON, CK, UNIQ
กลุ่มธนาคาร ได้แก่ KTB, KBANK, KKP, TISCO
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ SPALI, AP, SIRI, SC
กลุ่มท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้แก่ CENTEL, ERW, BA, CPN
