“พบชัย” ลุ้น SET ทดสอบ 1,400 จุด ชู 7 หุ้นรับตรุษจีน-ปันผล จับตาภูมิใจไทยเร่งตั้งรัฐบาล

“พบชัย ภัทราวิชญ์” มองหุ้นไทยเปิดกระโดดรับรัฐบาลใหม่ 327 เสียง เสถียรภาพปึกแผ่น ดันดัชนีทดสอบ 1,460 จุด ชู 7 หุ้น Laggard กลุ่มท่องเที่ยว-อสังหาริมทรัพย์เด่น รับอานิสงส์จีนแห่เที่ยวไทยช่วงเทศกาลตรุษจีน รวมถึงหุ้นปันผลสูง


นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้น ตลาดอนุพันธ์ และสินทรัพย์ดิจิทัล บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ในกลุ่ม SCBX เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ในวันนี้ (9 ก.พ. 69) ประเมินภาพรวมตลาดหุ้นไทยว่า มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นแรงในลักษณะเปิดกระโดด (Gap Up) เพื่อตอบรับเชิงบวกต่อสถานการณ์ โดยให้กรอบแนวต้านระยะสั้นที่บริเวณ 1,390 – 1,400 จุด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากดัชนีมีการปรับตัวขึ้นมากว่า 100 จุด นับจากช่วงกลางเดือนมกราคมที่ระดับ 1,320 จุด จึงมีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไร (Profit Taking) ในระยะสั้น สำหรับผู้ที่ยังไม่มีหุ้น แนะนำให้รอจังหวะย่อตัวเพื่อเข้าสะสม

โดยปัจจัยบวกสำคัญที่หนุนดัชนี คือ ผลการเลือกตั้งที่ออกมาเหนือความคาดหมาย โดยพรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนเสียงทิ้งห่างคู่แข่ง ส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลมีแนวโน้มราบรื่นและเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนเมษายนหรือต้นเดือนพฤษภาคม โดยสูตรการจัดตั้งรัฐบาลที่คาดการณ์ว่าจะประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย, พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม (ซึ่งถือเป็นพรรคม้ามืดที่ได้คะแนนเสียงสูง) จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงรวมกันประมาณ 327 เสียง ซึ่งถือเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูงมากที่สุดยุคหนึ่งหลังยุค คสช. อีกทั้งการที่มีจำนวนพรรคร่วมไม่มาก จะช่วยลดความยุ่งยากในการจัดสรรโควตารัฐมนตรี และช่วยให้การสานต่อนโยบายเดิมมีความต่อเนื่อง ดึงดูดกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ให้ไหลกลับเข้ามา

ด้านมูลค่าพื้นฐาน (Valuation) ของตลาดหุ้นไทย ประเมินกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดในปี 2569 ไว้ที่ระดับประมาณ 91.00 – 91.50 บาท เมื่อคำนวณด้วยค่า P/E ที่ระดับ 16 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับที่เริ่มตึงตัว จะได้ดัชนีเป้าหมายที่เหมาะสมบริเวณ 1,450 – 1,460 จุด ดังนั้น หากดัชนีปรับตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณดังกล่าว แนะนำให้พิจารณาขายทำกำไรบางส่วน แล้วรอรอบการลงทุนใหม่ โดยติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเป็นหลัก

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ยังปรับตัวขึ้นช้า (Laggard) และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม ที่คาดว่าจะฟื้นตัวโดดเด่นจากเทศกาลตรุษจีน และการที่รัฐบาลจีนประกาศวันหยุดยาว 9 วัน ประกอบกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนที่หันมาท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทนญี่ปุ่น หุ้นเด่นได้แก่ ERW, CENTEL, AOT, AAV และ BA นอกจากนี้ ยังแนะนำ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งราคาหุ้นสะท้อนผลประกอบการที่ชะลอตัวในปี 2568 ไปแล้ว และคาดว่าจะฟื้นตัวในปี 2569 พร้อมจุดเด่นด้านเงินปันผลสูง โดยแนะนำ AP และ SIRI

Back to top button