
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 645 จุด นักลงทุนเก็งกำไร “หุ้นชิป” ก่อน Nvidia เปิดงบ Q1 แกร่ง
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 645 จุด ขณะที่ Nasdaq พุ่งกว่า 1.5% ฟื้นตัวหลังร่วงต่อเนื่อง 3 วัน รับแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีและชิป ก่อน Nvidia ประกาศงบ หลังตลาดปิดเผยรายได้สูงกว่าคาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (20 พ.ค.69) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปอีกครั้ง ก่อนการประกาศผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งถูกจับตาในฐานะตัวชี้วัดสำคัญของกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 50,009.35 จุด เพิ่มขึ้น 645.47 จุด หรือ +1.31% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,432.97 จุด เพิ่มขึ้น 79.36 จุด หรือ +1.08% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,270.36 จุด เพิ่มขึ้น 399.65 จุด หรือ +1.54%
การฟื้นตัวของตลาดมีแรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ หลังนักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง ภายหลังตลาดเผชิญแรงขายต่อเนื่องตลอด 3 วันที่ผ่านมา จากความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอยู่ใน “ขั้นตอนสุดท้าย” และเชื่อว่ายังมีโอกาสบรรลุข้อตกลงได้ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ลงบางส่วน
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงแรง หลังตลาดคลายความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวลดลงมากกว่า 5% ระหว่างวัน
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ชะลอตัวลงจากระดับสูงก่อนหน้า ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเติบโตสูงและหุ้นเทคโนโลยีที่อ่อนไหวต่อทิศทางดอกเบี้ย
นักลงทุนยังจับตารายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed Minutes) ซึ่งสะท้อนว่า กรรมการหลายรายยังมีความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาพลังงานและสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้ Fed ต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
หลังตลาดปิดทำการ Nvidia เปิดเผยผลประกอบการสูงกว่าที่ตลาดคาด โดยรายได้อยู่ที่ 81.615 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการของ Bloomberg Consensus ที่ 79.15 พันล้านดอลลาร์ พร้อมเติบโต 85% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อนหน้า ตอกย้ำความแข็งแกร่งของกระแสลงทุนด้าน AI ทั่วโลก

