CGSI อัพเป้า SET แตะ 1,480 จุด รับรัฐบาลเสถียรภาพสูง ชู 11 หุ้นแลกการ์ดโฟลว์ไหลเข้า

CGSI ปรับเพิ่มเป้า SET ปีนี้เป็น 1,480 จุด รับอานิสงส์รัฐบาล "ภูมิใจไทย" เสถียรภาพสูง ดึงฟันด์โฟลว์ไหลกลับ แนะโยกเงินเข้ากลุ่ม Laggard ชู 11 หุ้นเด่น นำทีมโดย BDMS-GULF-WHA-CPN


ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI เปิดเผยในบทวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์หลังการเลือกตั้ง โดยระบุว่า ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการสะท้อนให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้รับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งส่งผลให้พรรคมีอำนาจต่อรองในการดูแลกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ฯ เชื่อมั่นว่ามีโอกาสสูงที่พรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อจัดตั้งรัฐบาลตามสมมติฐานเดิม โดยคาดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรองผลคะแนนอย่างน้อย 95% ภายในวันที่ 9 เมษายน 2569 ก่อนจะมีการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายใน 15 วัน หรือไม่เกินวันที่ 24 เมษายน 2569 และคาดว่าจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2569

โดยจากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ฯ คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยจะตอบรับในเชิงบวกจากความคาดหวังต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ และความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาปรับพอร์ต (Rotation) โดยย้ายเม็ดเงินจากกลุ่มหุ้นปลอดภัย (Defensive) ที่ปรับตัวดีกว่าตลาด (Outperform) ไปแล้วในช่วงก่อนหน้า อาทิ กลุ่มโทรคมนาคม, กลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคาร เข้าสู่หุ้นกลุ่มที่ราคายังปรับตัวขึ้นช้า (Laggard) ได้แก่ กลุ่มการแพทย์, กลุ่มท่องเที่ยว, กลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ความชัดเจนทางการเมืองยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ให้ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย โดยสถิติระบุว่านักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวมกว่า 4.47 แสนล้านบาท ในช่วงปี 2566-2568 อย่างไรก็ตาม ทิศทางเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) มีเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิแล้ว 1.5 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ดัชนี SET ปรับตัวลง 19% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งถือว่าให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดคู่แข่งในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการประเมินมูลค่า (Valuation) ปัจจุบันดัชนีตลาดหุ้นไทยซื้อขายอยู่ที่ระดับ P/E ล่วงหน้า 12 เดือน ประมาณ 15 เท่า หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี อยู่ที่ -1SD ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าสนใจลงทุน ประกอบกับภาพการเมืองที่มีความชัดเจนจะช่วยหนุนให้ Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง ฝ่ายวิเคราะห์ฯ จึงได้พิจารณาปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET Index จากเดิมที่ 1,400 จุด (อิง P/E 15 เท่า ปี 2570, -0.75SD) ขึ้นเป็น 1,480 จุด (อิง P/E 15.6 เท่า ปี 2570, -0.25SD) โดยมองว่าเสถียรภาพทางการเมืองและเงินทุนต่างชาติจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามความเสี่ยง (Downside Risk) ในกรณีที่เกิดความวุ่นวายทางการเมืองรอบใหม่ หรือเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ สำหรับหุ้นเด่น (Top Pick) ที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯ แนะนำ ประกอบด้วย BDMS, MRDIYT, CPN, ERW, GULF, MOSHI, MTC, PR9, SPALI, TIDLOR และ WHA

Back to top button