“บล.ฟินันเซีย ไซรัส” ชี้ SET ตึงตัว แนะสลับเล่น “หุ้นกลาง-เล็ก” คัด 23 หุ้น Laggard เด่น

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ชี้ SET พุ่ง 16.7% รับเงินต่างชาติไหลเข้า ดันดัชนีเข้าใกล้เป้า 1,470 จุด เหลืออัพไซด์เพียง 2% พร้อมเตือนสัญญาณเทคนิค Overbought ระยะสั้นเสี่ยงพักฐาน มองเม็ดเงินมีโอกาสหมุนสู่หุ้น Laggard กลาง-เล็กที่กำไรปี 2569 ยังเติบโต โดยคัด 23 หุ้นเด่นลุ้น Outperform หาก Fund Flow ชะลอ


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยบทวิเคราะห์ว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง 16.7% นับตั้งแต่จุดต่ำสุดวันที่ 13 มกราคม2569 โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสุทธิในตลาดหุ้นไทยราว 5.3 หมื่นล้านบาท

ขณะที่หากพิจารณาเฉพาะช่วงหลังการเลือกตั้ง ดัชนีปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น 6.5% จากแรงซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ Upside ของดัชนีเมื่อเทียบกับเป้าหมายปี 2569 ที่ระดับ 1,470 จุด เหลือเพียงราว 2% เท่านั้น นอกจากนี้ ภาพทางเทคนิคยังส่งสัญญาณ Overbought ใน RSI ทุกกรอบเวลา ทั้งรายชั่วโมง รายวัน และรายสัปดาห์ สะท้อนความเป็นไปได้ที่ตลาดอาจชะลอความร้อนแรงในระยะสั้น

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หุ้นขนาดใหญ่ปรับตัวแข็งแกร่งกว่าหุ้นขนาดกลางและเล็กอย่างมีนัยสำคัญ โดยดัชนี SET50 และ SET100 ปรับขึ้นราว 17.7% ขณะที่ดัชนี sSET และ mai เพิ่มขึ้นเพียง 11.1% และ 4.5% ตามลำดับ สะท้อนการไหลเข้าของเม็ดเงินต่างชาติที่กระจุกตัวในหุ้นบลูชิพ

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า เมื่อ Upside ของ SET Index ในภาพใหญ่เริ่มจำกัด และตลาดรับรู้ปัจจัยบวกด้านการเมืองในประเทศซึ่งมีแนวโน้มเสถียรภาพสูงไปมากแล้ว เม็ดเงินลงทุนในระยะถัดไปมีแนวโน้มทยอยหมุนเข้าสู่หุ้นที่ยัง Laggard ตลาด โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลางและเล็ก

ทั้งนี้ FSS ได้เปรียบเทียบผลตอบแทนของ SET Index กับหุ้นที่อยู่ในขอบเขตการศึกษาตลอด 3 ช่วงเวลา ได้แก่ ตั้งแต่จุดต่ำสุดวันที่ 13 ม.ค.2569 (ดัชนีปิดที่ 1,235.30 จุด) จุดต่ำสุดวันที่ 23 มิ.ย. 2568 (ดัชนีปิดที่ 1,062.78 จุด) และจุดสูงสุดวันที่ 17 ต.ค. 2567 (ดัชนีปิดที่ 1,495.02 จุด)

จากการคัดกรองหุ้นที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า SET Index ในทั้ง 3 ช่วงเวลาดังกล่าว และมีแนวโน้มปัจจัยพื้นฐานรวมถึงทิศทางกำไรปี 2569 ยังเติบโตในเกณฑ์บวก บริษัทประเมินว่า หากกระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มชะลอการไหลเข้า หุ้นกลุ่มนี้มีโอกาส Outperform ตลาดในระยะถัดไป ได้แก่ AAV, BCH, CHG, GFPT, ILINK, ITEL, KCG, MINT, MOSHI, NEO, NSL, OSP, PRM, RATCH, RBF, SAPPE, SAV, SC, SEAFCO, SIRI, SNNP, SYNEX และ TU

Back to top button