โบรกชู TOP เด่น ลุ้นกำไรไตรมาส 1 โต หลังไร้ “สต๊อกลอส” เคาะเป้า 43.43 บาท

TOP โชว์กำไรปี 68 พุ่ง 47% แตะ 1.4 หมื่นล้านบาท รับรู้กำไรพิเศษขายสินทรัพย์-ซื้อหุ้นกู้คืน ด้านไตรมาส 4/68 กำไร 2.45 พันล้านบาท เหนือกว่าตลาดคาดรับค่าการกลั่นฟื้นตัวแรง โบรกฯ มองไตรมาส 1/69 สดใส ไม่มีบันทึกขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4 ปี 2568 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2.45 พันล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อนหน้า (q-q) แต่ลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 12% โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงกลั่น สะท้อนจากค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 9.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากเดิม 3.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในไตรมาส 3 ปี 2568 ประกอบกับอัตราการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 114% จาก 82% ในไตรมาสก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม แม้ในไตรมาสนี้บริษัทฯ จะบันทึกผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันกว่า 3 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับกำไรจากสต็อกน้ำมันจำนวน 1.58 พันล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2568 แต่ผลการดำเนินงานโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน ธุรกิจปิโตรเคมีสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้เล็กน้อย โดยได้รับแรงหนุนจากสายการผลิตอะโรเมติกส์ ที่ส่วนต่างราคา (Margin) ของสารพาราไซลีน (PX) และเบนซีน (BZ) ปรับตัวเพิ่มขึ้น

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานตลอดทั้งปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 1.4 หมื่นล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) โดยผลประกอบการที่เติบโตโดดเด่นเป็นผลมาจากการรับรู้รายการพิเศษ ได้แก่ กำไรจากการทำ Asset Monetization มูลค่ากว่า 5.89 พันล้านบาท (หลังหักภาษี) และกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้กว่า 3.23 พันล้านบาท (หลังหักภาษี) ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) จะอยู่ที่ 5.46 พันล้านบาท ลดลง 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSSIA ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 คาดว่าจะทรงตัวหรือปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2568 แม้ค่าการกลั่นตั้งแต่ต้นปี (YTD) จะเฉลี่ยอยู่ที่ 6 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าไตรมาสก่อนที่ 9.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แต่ได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้คาดว่าจะไม่มีการบันทึกขาดทุนจากสต็อกน้ำมันเหมือนไตรมาสที่ผ่านมา ในขณะที่อัตราการใช้กำลังการกลั่นคาดว่าจะทรงตัวจากไตรมาสก่อน

นอกจากนี้ ภายหลังการทำ Asset Monetization และการซื้อหุ้นกู้คืน ส่งผลให้ฐานะทางการเงินของ TOP แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (Net D/E) ต่ำเพียง 0.3 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ (Threshold) ที่ 1 เท่าของบริษัทจัดอันดับเครดิต ทั้งนี้ IAA Consensus คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยประเมินราคาเหมาะสมเฉลี่ยที่ 43.43 บาท

Back to top button