Crypto Futures พลิกโฉมตลาดทุน “ปกเขตร” ชี้เปิดทาง TFEX ดันวอลุ่มโต 30% ดึงนักลงทุนกลับไทย

“ปกเขตร รัชกิจประการ” ประเมินการเปิดทางสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินค้าอ้างอิงใน TFEX จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดทุนไทย คาด Crypto Futures สร้างมูลค่าซื้อขายเพิ่มราว 3 แสนล้านบาทต่อเดือน ดันภาพรวมตลาดโต 30% ภายใน 1 ปี


นายปกเขตร รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย นับตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชกำหนดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยสะท้อนถึงทิศทางเชิงนโยบายที่ชัดเจนในการยกระดับตลาดทุนให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจดิจิทัล

นายปกเขตร ระบุว่า เห็นด้วยกับแนวคิดการเปิดให้ซื้อขาย Crypto Futures ผ่าน TFEX เนื่องจากตลาดอนุพันธ์ไทยมีโครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริหารความเสี่ยง และหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่ครบถ้วน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและเสถียรภาพให้กับนักลงทุน

อย่างไรก็ดี ควรพิจารณากรอบกติกาในการเปิดให้ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ TFEX อย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับลักษณะตลาดและประสบการณ์ใช้งานของนักลงทุน

ปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายใน TFEX อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านบาทต่อเดือน หากอ้างอิงแนวโน้มจากตลาดต่างประเทศ มีความเป็นไปได้ว่า Crypto Futures ในไทยอาจสร้างมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นราว 300,000 ล้านบาทต่อเดือนภายในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งสูงกว่ายอดการซื้อขาย Spot Crypto ภายในประเทศประมาณ 3 เท่า

หากเป็นไปตามคาดการณ์ดังกล่าว จะส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายรวมของ TFEX เพิ่มขึ้นทันทีประมาณ 30% และในระยะ 3–5 ปีข้างหน้า ยังมีโอกาสขยายตัวเพิ่มเติมตามแนวโน้มตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก

ในด้านการบริหารความเสี่ยง ปกเขตรเสนอว่า ระดับ Leverage ที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 3 เท่า และไม่ควรเกิน 5 เท่า เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง

สำหรับสินทรัพย์อ้างอิงในระยะเริ่มต้น เห็นควรเลือกสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องและได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น Bitcoin และ Ethereum ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ ETF รองรับในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุน

นอกจากนี้ ประเด็นด้านภาษีถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างแรงจูงใจ ปัจจุบันการซื้อขาย Spot Crypto ได้รับการยกเว้นภาษีกำไรจากการขาย (Capital Gain Tax) เป็นเวลา 5 ปี หาก Crypto Futures ในไทยได้รับสิทธิประโยชน์ในลักษณะเดียวกัน จะช่วยดึงดูดนักลงทุนคริปโตชาวไทยให้กลับมาซื้อขายในประเทศได้ในสัดส่วนสูง

ทั้งนี้ ประเมินว่าอาจสามารถดึงนักลงทุนกลับมาได้ประมาณ 70–80% ขณะที่อีกส่วนหนึ่งอาจยังคงเลือกซื้อขายในต่างประเทศ เนื่องจากต้องการใช้ Leverage ในระดับสูงหรือเน้นสินทรัพย์ทางเลือกอื่น

Back to top button