SJWD กางแผนปี 69 ชูโมเดล WIN-WIN-WIN ยกระดับพาร์ทเนอร์ขนส่ง 596 ราย

SJWD กางแผนปี 69 ชูโมเดล “WIN-WIN-WIN” ยกระดับพาร์ทเนอร์ขนส่ง 1.4 หมื่นคันทั่วประเทศ นำร่องใช้ AI จับคู่รถลดวิ่งเที่ยวเปล่า พร้อมผนึกพันธมิตรจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ มุ่งเป้าเติบโตยั่งยืน


นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD เปิดเผยถึงทิศทางและแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2569 ว่า นอกเหนือจากการเดินหน้าขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคแล้ว บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายใน โดยเฉพาะการยกระดับศักยภาพให้กับผู้รับเหมาขนส่งสินค้า (Carriers) ในเครือข่าย ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้รับเหมาขนส่งเสมือนเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ซึ่งปัจจุบัน SJWD มีเครือข่ายผู้รับเหมาขนส่งจำนวน 596 ราย และมีกองทัพรถบรรทุกรวมกันกว่า 14,000 คัน ถือเป็นเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

สำหรับการบริหารจัดการเครือข่ายผู้รับเหมาขนส่งนั้น บริษัทฯ ได้จัดแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ AA, A, B, C และ D โดยใช้เกณฑ์พิจารณาสำคัญ 4 ด้าน คือ ผลการปฏิบัติงาน, การจัดการด้านความปลอดภัย, การจัดการ ESG และการจัดการด้านคุณภาพ ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ ได้ปรับเพิ่มน้ำหนักการประเมินในส่วนของผลการปฏิบัติงานและการจัดการ ESG เพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง ซึ่งการเลื่อนระดับจะมีผลโดยตรงต่อโอกาสในการได้รับงานขนส่งที่เพิ่มขึ้น ภายใต้คอนเซปต์การดำเนินงาน “WIN – WIN – WIN” ที่มุ่งหวังให้ทั้งบริษัทฯ ผู้รับเหมาขนส่ง และลูกค้า เติบโตไปด้วยกัน (Grow Together) ล่าสุดบริษัทฯ ได้จัดงาน Top Carriers Day 2026 เพื่อสื่อสารวิสัยทัศน์และมอบรางวัลแก่ผู้รับเหมาที่มีผลงานโดดเด่น

ด้าน นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม SJWD กล่าวเสริมว่า การดำเนินงานร่วมกับผู้รับเหมาขนส่งในปี 2569 จะมุ่งเน้นใน 3 แกนหลัก คือ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ความปลอดภัย และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในส่วนของการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการผ่านศูนย์ Logistics Command Center และใช้ระบบ Transport Management System (TMS)

โดยนำ AI เข้ามาช่วยจับคู่งานขนส่งขาไป-ขากลับแบบอัตโนมัติเพื่อลดจำนวนการวิ่งรถเปล่า ซึ่งจากการนำร่องในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบว่าได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ สามารถเพิ่มรอบการวิ่งรถได้กว่า 10-20% และมีแผนจะขยายผลไปยังภาคอื่นๆ ทั่วประเทศภายในปี 2569 ควบคู่ไปกับการขยายโครงการรวมปริมาณการจัดซื้ออะไหล่ยานยนต์เพื่อลดต้นทุนให้แก่ผู้รับเหมา จากเดิมที่มีเพียงยางล้อรถบรรทุก จะเพิ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ ล้อรถ, น้ำมันหล่อลื่น และท่อยางเป่าปูนซีเมนต์ผง เพื่อให้ได้สินค้าคุณภาพดีในราคาที่ต่ำลง

ในส่วนของมาตรการด้านความปลอดภัย บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายลดอุบัติเหตุระดับรุนแรงให้เป็นศูนย์ โดยได้ยกระดับระบบติดตามและแจ้งเตือนรถขนส่งทั้งหมดผ่านศูนย์ Logistics Command Center ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมผู้รับเหมาขนส่งแล้ว 100% เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการแจ้งเตือน เช่น การกำหนดให้จอดพักรถทุก 4 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมทั้งมีการจัดเก็บสถิติเพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานของผู้รับเหมาทุกราย

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเติบโตไปด้วยกัน บริษัทฯ ได้จัดโครงการ Carrier Development Program แบ่งหลักสูตรออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับเจ้าของกิจการ ทายาทธุรกิจ และผู้บริหารฝ่ายต่างๆ และระดับพนักงานขับรถ รวมถึงมีแผนร่วมมือกับแบรนด์รถบรรทุกชั้นนำจัดกิจกรรมโรดโชว์ และการจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยพิเศษให้แก่ผู้รับเหมาขนส่งในเครือข่าย เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการขยายกิจการและเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

Back to top button