ครม.ไฟเขียว ขสมก. เช่าพื้นที่ รฟม. 3 แห่ง ตั้งอู่รถเมล์ EV-สาธารณูปโภค
ครม. อนุมัติ ขสมก. ใช้พื้นที่ รฟม. 3 แห่ง เป็นอู่จอดรถเมล์ EV และกิจการสาธารณูปโภค พร้อมติดตั้งระบบชาร์จไฟ รองรับแผนทยอยรับมอบรถโดยสาร EV ตั้งแต่ปี 2570
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 พ.ค.69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ใช้พื้นที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อเป็นที่จอดรถโดยสารประจำทางและกิจการสาธารณูปโภค จำนวน 3 แห่ง พร้อมให้คิดค่าตอบแทนการใช้พื้นที่ตามที่ตกลงกัน ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ

ทั้งนี้ รฟม. จะสงวนสิทธิในการขอคืนพื้นที่ กรณีมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ตามภารกิจและวัตถุประสงค์ของ รฟม.
พื้นที่ทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย 1. พื้นที่บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุง สถานีคลองบางไผ่ โครงการรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายฉลองรัชธรรม มูลค่า 175.016 ล้านบาท 2. พื้นที่บริเวณลานจอดแล้วจร สถานีเคหะฯ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (BTS) ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ มูลค่า 91.988 ล้านบาท และ 3. พื้นที่บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงห้วยขวาง มูลค่า 224.993 ล้านบาท
เพื่อให้ ขสมก. ใช้เป็นอู่จอดรถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ของ ขสมก. ซึ่งก่อนหน้านี้ ครม. มีมติเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 อนุมัติให้ ขสมก. เช่ารถโดยสารประจำทาง EV จำนวน 1,520 คัน เพื่อทดแทนรถโดยสารเดิมของ ขสมก. ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20-30 ปี รวมทั้งติดตั้งระบบอัดประจุไฟฟ้าสำหรับชาร์จรถโดยสาร EV ดังกล่าว
สำหรับการเช่าพื้นที่ของ รฟม. เพื่อใช้เป็นที่จอดรถโดยสารประจำทาง EV มีระยะเวลาการเช่ารวมทั้งสิ้น 8 ปี นับตั้งแต่ส่งมอบพื้นที่
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รฟม. พิจารณาแล้วเห็นว่า การใช้พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ทำให้วัตถุประสงค์ของการเวนคืนเดิมต้องเสียไปโดยสิ้นเชิง เนื่องจาก รฟม. ยังสามารถให้บริการกิจการรถไฟฟ้าได้ตามปกติ ซึ่งเป็นไปตามนัยมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562
นอกจากนี้ การอนุญาตให้ ขสมก. ใช้พื้นที่ในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มศักยภาพของพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์และพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ของ รฟม. ให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้แก่ รฟม. ประกอบกับการใช้พื้นที่เป็นอู่จอดรถโดยสาร EV จะช่วยเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบรถไฟฟ้า ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะมากขึ้น และจะส่งผลให้ รฟม. มีจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าและมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ขสมก. มีแผนลงนามสัญญาเช่าพื้นที่และรับมอบพื้นที่ภายในเดือนพฤษภาคม 2569 โดยจะใช้เวลาปรับปรุงพื้นที่ประมาณ 1 ปี นับจากวันรับมอบพื้นที่ เช่น การปรับปรุงลานจอดรถ ก่อสร้างหลังคาคลุมรถ และติดตั้งระบบอัดประจุไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเวลาใกล้เคียงกับกำหนดรับมอบรถโดยสาร EV งวดแรกในเดือนเมษายน 2570

