
KS เชียร์ซื้อ GULF เคาะเป้า 65 บาท รับธีม Data Center–PDP ใหม่ ดันกำไรปี 69 โตเด่น
KS ประเมินทิศทาง GULF เชิงบวก รับอานิสงส์แผน PDP ใหม่ หนุนโรงไฟฟ้าก๊าซฯ 8,000 MW รับดีมานด์ Data Center พร้อมเปิดแผนลุยเดี่ยวศูนย์ข้อมูลเฟส 4 ดันกำไรปี 69 โตแกร่ง เชียร์ "ซื้อ" เคาะเป้า 65 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ระบุในบทวิเคราะห์ภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 ของ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF โดยประเมินทิศทางโดยรวมเป็นบวกเล็กน้อย
ทั้งนี้ ผู้บริหาร GULF ได้เปิดเผยมุมมองระยะยาวต่อระบบไฟฟ้าของประเทศว่า แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ อาจมีโอกาสเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่เพิ่มขึ้นถึง 7,000-8,000 เมกะวัตต์ (MW) เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในระยะยาว และคาดว่าจะมีการเปิดประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Renewable) รอบใหม่อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การประมูลโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในปี 2570 และต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างอีกประมาณ 7 ปี ซึ่งการดำเนินการในปัจจุบันถือว่าค่อนข้างยาก เนื่องจากเครื่องกังหันก๊าซ (Gas Turbine) อยู่ในภาวะขาดตลาดอย่างหนัก ส่งผลให้ต้นทุนการลงทุนต่อเมกะวัตต์ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ตามราคาเครื่องกังหันก๊าซที่แพงขึ้น
สำหรับประเด็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ทางผู้บริหารมองว่าหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นเพียงโครงการนำร่อง (Pilot Project) ขนาดเล็กราว 200-300 เมกะวัตต์ ซึ่งทางบริษัทไม่ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ และมองว่าไม่มีความแตกต่างไม่ว่าจะเข้าร่วมลงทุนหรือไม่ นอกจากนี้ ผู้บริหารยังประเมินว่าอาจมีการเปิดเสรีธุรกิจไฟฟ้ามากขึ้นในอนาคต
โดยรูปแบบแรกที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) และอาจมีโอกาสขยายสู่ธุรกิจการค้าส่งและจัดจำหน่ายไฟฟ้า (Wholesale / Distribution) ในระยะยาว ซึ่งเป็นส่วนที่ GULF ให้ความสนใจ ด้านการลงทุนในธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีแผนที่จะลงทุนเพิ่มเติม โดยมองในแง่ของการรับผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่ดีราว 7% ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในอนาคต ตั้งแต่การขยายส่วนเพิ่มเติมในเฟส 4 เป็นต้นไป บริษัทประเมินว่าจะเป็นการลงทุนเองทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องผ่านบริษัทร่วมทุน (JV) เหมือนโครงการ GSA 1-3 ที่ผ่านมา
สำหรับทิศทางผลการดำเนินงานในปี 2569 บล.กสิกรไทย ประเมินว่ากำไรของ GULF จะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยหนุนจาก 5 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในช่วงปลายปีที่ผ่านมา 2. รายได้จากธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Cargo) ที่เพิ่มสูงขึ้น 3. การรับรู้เงินปันผลจากการลงทุนใน KBANK 4. ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และ 5. กำไรจากโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการปรับเพิ่มอัตราค่าไฟฟ้า ทั้งนี้ จากปัจจัยพื้นฐานและโอกาสการเติบโต ฝ่ายวิจัยจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น GULF โดยประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ระดับ 65 บาท

