
“ฟิลลิป” ชี้หุ้นไทยรับอานิสงส์ “สหรัฐ-อิหร่าน” เจรจาคืบหน้า แนะสะสม GUNKUL-TIDLOR
บล.ฟิลลิป ประเมิน SET Index มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นรับความหวังการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน และเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่ง แนะเน้นลงทุนหุ้นกลุ่ม Domestic Play ชู GUNKUL และ TIDLOR โดดเด่นรับกำไรโต
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ วันนี้ (2 พ.ค.69) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทย (SET Index) ว่าจะค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น โดยมีกรอบแนวรับและแนวต้านอยู่ที่ 1,530 – 1,540 จุด ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนหลักจากความหวังในการเจรจาทำข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ WTI ได้ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 97.70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มมีสัญญาณที่ดีในระดับหนึ่ง
ประกอบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังต้องการทำข้อตกลงที่ดีกับอิหร่าน โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลปากีสถานเป็นตัวกลาง เบื้องต้นตลาดได้ตีความในเชิงบวก ซึ่งช่วยสร้างความหวังระยะสั้นต่อการยุติสงครามระหว่างทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ดี ยังคงมีความกังวลในประเด็นการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคที่ทำให้การเจรจาเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาในทิศทางที่ดี ทั้งในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคอุตสาหกรรม โดยตัวเลขใบอนุญาตก่อสร้างเดือนเมษายน 2569 ออกมาที่ 1.442 ล้านใบ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 1.38 ล้านใบ สอดคล้องกับทิศทางของตัวเลขจำนวนที่อยู่อาศัยที่เริ่มสร้างในเดือนเดียวกันซึ่งออกมาที่ 1.465 ล้านหน่วย สูงกว่าคาดที่ 1.42 ล้านหน่วย ขณะที่ดัชนี S&P Global Manufacturing PMI เดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 55.3 จุด ซึ่งสะท้อนภาพเชิงบวกของการขยายตัวในภาคอุตสาหกรรม และช่วยคลายความกังวลในปัญหาเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yields) อายุ 10 ปี ที่ชะลอตัวลงในระยะสั้นมาอยู่ที่ระดับ 4.57% ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อการประเมินมูลค่า (Valuation) ของตลาดและหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของ บล.ฟิลลิป ประเมินว่า แม้การเจรจาจะมีความคืบหน้าและตลาดตอบรับค่อนข้างดี แต่ด้วยความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ จึงแนะนำให้นักลงทุนให้น้ำหนักกับหุ้นกลุ่มที่พึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Play) และหุ้นที่อิงกับโครงการภาครัฐ เช่น กลุ่มการเงิน, โรงไฟฟ้า, นิคมอุตสาหกรรม, ค้าปลีก, รับเหมาก่อสร้าง และธนาคาร มากกว่าหุ้นที่อิงปัจจัยภายนอก โดยมีหุ้นเด่นที่น่าสนใจแบ่งตามกลยุทธ์ 4 กลุ่ม ได้แก่
1.กลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตดีในปี 2569: บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR, บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STECON, และ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI
2.กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการและโครงการภาครัฐ: บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT, บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL, บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN, บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC, บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, และ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW
3.กลุ่มวัฏจักรขาขึ้นของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์: บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET, บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA, บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ HANA, บริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ HTECH, และ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE
4.กลุ่มที่คาดว่าจะเข้าคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 เบื้องต้น: สำหรับดัชนี SET50 ได้แก่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP, บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG, และ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ขณะที่ดัชนี SET100 ได้แก่ บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER, บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL, และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM
สำหรับหุ้นเด่นประจำวัน (Picks of the day) แนะนำ:
GUNKUL: แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายที่ 3.74 – 3.90 บาท และประเมินแนวรับที่ 3.46 – 3.56 บาท โดยมีปัจจัยหนุนจากภายนอก รวมถึงผลกำไรในไตรมาส 1/2569 ที่เติบโตอย่างโดดเด่นจากการก่อสร้างโครงการโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm)
TIDLOR: แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายที่ 18.40 – 19.20 บาท และประเมินแนวรับที่ 17.10 – 17.40 บาท หลังจากรายงานผลกำไรไตรมาส 1/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) และออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก พร้อมทั้งมีการประกาศจ่ายเงินปันผลและดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน
นอกเหนือจากประเด็นหลักข้างต้น ยังมีปัจจัยในประเทศและต่างประเทศที่ส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุน ดังนี้:
1.กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดเผยภาพรวมการลงทุนของต่างชาติภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 โดยมีการอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนจำนวน 438 ราย ปรับตัวเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีเม็ดเงินลงทุนรวม 129,332 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 124% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
2.ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ประเมินว่าการส่งออกของไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวราว 7% และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะเติบโตอยู่ที่ 2% เนื่องจากปัจจุบันภาคการส่งออกและการลงทุนมีทิศทางที่ดีกว่าคาด รวมไปถึงอานิสงส์จากการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงิน 4 แสนล้านบาท
3.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความเห็นชอบ 42 โครงการจัดระบบน้ำและจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำปี 2569 ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่พัฒนา 5 แสนไร่ เพื่อเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ สนับสนุนการเพาะปลูก และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรทั่วประเทศ
4.สถาบันการเงิน โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันทั่วโลกในเดือนพฤษภาคม 2569 กำลังปรับตัวลดลงในอัตราที่รวดเร็วเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานอย่างหนัก
สำหรับปัจจัยอื่นๆ ที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่ การปรับน้ำหนักดัชนี TH-MSCI, ตัวเลขนำเข้า-ส่งออกของไทยประจำเดือนเมษายน, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคม, ดัชนีราคา Core PCE สหรัฐฯ เดือนเมษายน, GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 1, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐฯ เดือนเมษายน, ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯ เดือนเมษายน, ตัวเลขกำไรภาคอุตสาหกรรมของจีนนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนเมษายน รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการของจีนเดือนพฤษภาคม
