BEM โชว์งบปี 68 กำไร 3.7 พันล้าน รับยอดใช้ทางด่วน-รถไฟฟ้าพุ่ง

BEM โชว์งบปี 68 กำไร 3,781 ลบ. รายได้ 1.69 หมื่นลบ. รับยอดใช้ทางด่วน-รถไฟฟ้าพุ่ง ปลื้มหุ้นกู้ยั่งยืนกระแสแรงยอดจองล้น 2.6 เท่า ดันยอดขายทะลุ 8 พันลบ. พร้อมอัปเดตสายสีส้มตะวันออกเตรียมเปิดปี 71


ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยถึงความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีประกัน ว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ (Institutional Investors and/or High Net Worth Investors) ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำ ด้วยยอดจองซื้อสูงกว่า 2.6 เท่าของมูลค่าเสนอขายเบื้องต้นที่ 5,000 ล้านบาท บริษัทฯ จึงได้พิจารณาปรับเพิ่มมูลค่าการเสนอขายเป็น 8,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุน

สำหรับหุ้นกู้ดังกล่าวแบ่งออกเป็น 5 ชุด อายุ 3 – 12 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.03% – 3.41% ต่อปี โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ระดับ A(tha) แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ มีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้และที่ปรึกษาหุ้นกู้ด้านความยั่งยืนแต่เพียงผู้เดียว

“ขอขอบคุณนักลงทุนทุกกลุ่มที่ให้การสนับสนุนการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของบริษัท ทั้งนักลงทุนพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และนักลงทุนรายใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของโครงข่ายทางพิเศษและรถไฟฟ้าอันเป็นระบบขนส่งหลักของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนความแข็งแกร่งทางการเงิน และแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ BEM นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทฯ ได้วางเป้าหมายและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง” ดร.สมบัติ กล่าว

การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Financing Framework) ของบริษัทฯ โดยได้รับความเห็นจากผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion) จาก DNV (Thailand) Co., Ltd. เพื่อยืนยันความสอดคล้องของกรอบการระดมทุนและการใช้เงินตามหลักมาตรฐานสากล ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปลงทุน และ/หรือ ทดแทนเงินลงทุนในโครงการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด (Clean Transportation) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนของประชาชน

ขณะเดียวกัน ดร.สมบัติ ได้เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 3,781 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีรายได้รวมจาก 3 กลุ่มธุรกิจอยู่ที่ 16,916 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. รายได้จากธุรกิจทางพิเศษ 8,833 ล้านบาท (มีปริมาณจราจรเฉลี่ย 1.11 ล้านเที่ยวต่อวัน) 2. รายได้จากธุรกิจระบบราง 6,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76 ล้านบาท โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินยังคงเป็นโครงการหลักที่สร้างรายได้จากจำนวนผู้โดยสารที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และ 3. รายได้จากธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ 1,177 ล้านบาท ทั้งนี้ ภาพรวมการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น เป็นผลมาจากการบริหารควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รายงานความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568) โดยช่วงตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์)) มีความคืบหน้าของงานระบบอยู่ที่ร้อยละ 36 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2571 ขณะที่ช่วงตะวันตก (บางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) งานโยธาและงานระบบมีความคืบหน้าร้อยละ 23 พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดหาขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติมสำหรับสายสีน้ำเงินจำนวน 21 ขบวน มูลค่ากว่า 7,200 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของผู้โดยสารในอนาคต

ทั้งนี้ BEM ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการผสานกลยุทธ์ทางธุรกิจเข้ากับการสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน พร้อมพัฒนาองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคง โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน

 

Back to top button