
DITTO โชว์กำไรปี 68 โตเฉียด 600 ล้านบาท แจกปันผล 0.25 บาท XD 6 พ.ค.69
DITTO ประกาศงบปี 68 โกยกำไรสุทธิเกือบ 600 ลบ. โต 31% กวาดรายได้ 3.16 พันลบ. ชูแบ็กล็อกทะลุ 3.17 พันลบ. รุกคาร์บอนเครดิต-จ่อขาย ICO มูลค่า 480 ลบ. พร้อมแจกปันผล 0.25 บาท/หุ้น ขึ้น XD 6 พ.ค. 69
บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4 และงวดปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้
โดยบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวมจำนวน 599.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140.95 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 31 เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งจากการขยายตัวของธุรกิจวิศวกรรมด้านเทคโนโลยีในโครงการภาครัฐ และธุรกิจจำหน่ายและให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสารและระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (Basic earnings per share) อยู่ที่ 0.86 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.19 บาท โดยบริษัทฯ สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ระดับร้อยละ 27 และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ระดับร้อยละ 19
สำหรับรายได้จากการขายและบริการในปี 2568 มีจำนวน 3,169.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 736.76 ล้านบาท หรือร้อยละ 30 จากปีก่อน โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก 2 ธุรกิจ ได้แก่ 1) ธุรกิจจำหน่ายและให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสารและระบบการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งมุ่งเน้นการให้บริการด้าน Digital Transformation ผ่านเทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการเอกสาร (DMS), ระบบ Robotic Process Automation (RPA) และบริการ Business Process Outsourcing (BPO)
โดยมีโครงการสำคัญคือ โครงการนำเข้าข้อมูลที่ดินเพื่อการจดทะเบียนออนไลน์ทั่วประเทศของสำนักงานที่ดิน และโครงการซื้ออุปกรณ์เครื่องแม่ข่ายและสิทธิการใช้งานระบบสำหรับ e-Filing System ซึ่งช่วยยกระดับการให้บริการภาครัฐ สร้างความโปร่งใส ลดการใช้กระดาษ และสอดคล้องกับมิติความยั่งยืน (ESG) 2) ธุรกิจวิศวกรรมด้านเทคโนโลยี ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มโครงการภาครัฐ ภายใต้กลยุทธ์ Smart Engineering Solutions แบ่งเป็น โครงการพัฒนาด้านวิศวกรรมเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้และอนุรักษ์ธรรมชาติ (พิพิธภัณฑ์, สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ, ศูนย์วิจัย) และโครงการบริหารจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ (ระบบเตือนภัยล่วงหน้า, โทรมาตร, เตือนภัยน้ำท่วม-ดินถล่มแบบเรียลไทม์)
ด้านส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจำนวน 61.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.37 ล้านบาท หรือร้อยละ 28 จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของบริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 66.12 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับเงินปันผลจากเงินลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (สัดส่วนถือหุ้นร้อยละ 18) จากผลการดำเนินงานปี 2567 คิดเป็นเงินปันผลรับจำนวน 15.84 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายมีจำนวน 31.97 ล้านบาท ลดลง 3.07 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 9
ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารมีจำนวน 153.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.02 ล้านบาท หรือร้อยละ 19 ซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีงานที่ลงนามในสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้รับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวม 3,179.39 ล้านบาท (ไม่รวมงานบริการให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารและขายสินค้า)
สำหรับความคืบหน้าโครงการที่สำคัญ บริษัทย่อยได้ร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ในโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต รวมพื้นที่พัฒนาทั้งสิ้น 175,196.05 ไร่ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1) โครงการปลูกป่าชายเลนฯ โดยบริษัทย่อยได้รับจัดสรรพื้นที่ 10,958.76 ไร่ (ระยะเวลา 30 ปี) และร่วมเป็นผู้พัฒนาโครงการกับบริษัทอื่นอีก 9,399.27 ไร่ รวมเป็นพื้นที่ที่บริษัทย่อยมีส่วนร่วม 20,358.03 ไร่ 2) โครงการปลูกป่าชายเลนฯ สำหรับชุมชน (ประจำปี 2566) โดยร่วมกับ ทช. และ 93 ชุมชน เนื้อที่รวม 154,838.02 ไร่ (ระยะเวลา 30 ปี) ซึ่งนอกจากจะได้รับคาร์บอนเครดิตแล้ว ยังช่วยดูดซับคาร์บอน (Carbon Sink) และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน
ควบคู่กันนี้ บริษัทย่อยอยู่ระหว่างเตรียมเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO) มูลค่าไม่เกิน 480 ล้านบาท ซึ่งได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้เสนอขายต่อประชาชนแล้ว โดยจะนำเงินไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายโครงการปลูกป่าชายเลน เช่น การปลูกกล้าไม้ ค่าบำรุงรักษา ชำระค่าธรรมเนียม คืนเงินกู้ยืม และเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยผู้ถือโทเคนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคาร์บอนเครดิตอ้างอิงสุทธิ
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสด จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น (จากมูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท) โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569


