
“ดาวฟิวเจอร์” ร่วงกว่า 700 จุด หลัง “อิหร่าน” ปิดช่องแคบฮอร์มุซ หวั่นกระทบตลาดน้ำมันโลก
ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงกว่า 700 จุด หลังอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ขณะ IRGC ประกาศคุมช่องแคบฮอร์มุซ ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุอาจใช้เวลา 4–5 สัปดาห์ในการดำเนินการทางทหาร สร้างความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจลุกลามกระทบตลาดโลก
ผู้สื่อข่าวรายรายงานว่า วันนี้ 3 มี.ค.69 ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ปรับตัวร่วงลงกว่า 700 จุดท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรง
โดย ณ เวลา 16:10 น. ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ของ Dow Jones Industrial Average ปรับตัวลดลง 716 จุด หรือ 1.46% มาอยู่ที่ระดับ 48,229 จุด สะท้อนแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยง หลังมีรายงานว่าอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลามและดึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้อง
ความตึงเครียดดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นภายหลังผู้แทนระดับสูงของ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ของอิหร่าน แถลงผ่านโทรทัศน์แห่งชาติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ระบุว่า “ช่องแคบฮอร์มุซ” เป็นพื้นที่ควบคุมทางทหาร พร้อมเตือนว่าเรือที่ฝ่าฝืนอาจเผชิญมาตรการตอบโต้ขั้นเด็ดขาด ทั้งยังส่งสัญญาณถึงความพยายามสกัดการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาค ซึ่งอาจกระทบเสถียรภาพด้านพลังงานของตลาfโลก
ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การแทรกแซงทางทหารในอิหร่านอาจใช้เวลาประมาณ 4–5 สัปดาห์ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน ทำลายกำลังทางเรือ ป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต และยุติการสนับสนุนการก่อการร้ายในต่างประเทศ
นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากสถานการณ์บานปลาย อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน การค้าโลก และความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะต่อไป โดยตลาดการเงินทั่วโลกยังคงจับตาพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
